งกะทันหันเกินไป ซิวเจ่ออาณาจักรขุนเขาน้อยบางคนคึกคักฮึกเหิมยิ่ง คิดไล่ล่าติดตามฝ่ายตรงข้าม แต่ถูกเหล่าสหายดึงรั้งเอาไว้เสียก่อน“หยุดร่ าร้องโหวกเหวกเสียที! ฟังท่านเจ้าเมือง! ท่านเจ้าเมืองอยู่ที่นี้ ยังมีที่ใดให้พวกเจ้าออกความเห็นอีก!”“ทุกคนฟังท่านเจ้าเมือง!”เสียงบรรดาเหล่าต้าของกลุ่มเล็กๆ ในฝูงชนตวาดเตือนลูกสมุนของตน ซิวเจ่อมากมายที่กำลังเอะอะเอ็ดตะโร พอฟังก็พากันหุบปากทันที ในแง่ของการสั่งการ ย่อมไม่มีผู้ใดกล้ายกตัวเองขึ้นเทียบกับจั่วม่อจั่วม่อแรกเริ่มเดิมทียังคงงุนงงไม่น้อย แต่ไม่ช้าก็ตระหนักว่าซิวเจ่อเหล่านี้ ทุกคนได้ยินว่ามันกำลังตกอยู่ในอันตราย จึงรีบรุดมาช่วยเหลือ ทำเอามันยืนตะลึงงันอยู่กับที่ อารมณ์ที่ยากจะบ่งบอกบรรยายพลุ่งพล่านขึ้นในใจ อาจบางทีเป็นความซาบซึ้งใจระคนด้วยความไม่คาดฝัน กล่าวตามความสัตย์ การต่อสู้กับบรรพชนฟ้ากระจ่างมันล้วนกระทำเพียงเพื่อตัวเอง ไม่เคยนึกถึงคนเหล่านี้แม้แต่น้อยดังนั้นมันไม่เคยคิดว่าคนเหล่านี้จะถือเป็นบุญคุณและยังจดจำเอาไว้ในใจมันอุ่นวาบขึ้นมาทันที ความมืดมนที่ได้รับจากพันธมิตรร้อยบุปผาถูกกวาดหายวับ ราวกับท้องฟ้าสดใส ดวงอาทิตย์สว่างไสว มันประสานมือค้อมกายคารวะทุกผู้คน “ผู้น้อยขอบคุณทุกท่าน!”กลุ่มซิวเจ่อมือไม้ปั่นป่วนในบัดดล“ท่านเจ้าเมืองทำอะไร?”“ท่านเจ้าเมืองช่วยชีวิตพวกเราไว้ นี่เป็นสิ่งที่เราสมควรทำอยู่แล้ว”“ใช่ใช่… …”ผู้คนพากันเบี่ยงกายหลบเลี่ยง