ด้ “ลืมมันไปเถอะ ขบคิดหาอันใด? เพียงแค่ติดสอยห้อยตามเหล่าป่านไปก็พอ จะอย่างไรวิถีชีวิตของเรายามนี้ไม่เลวเลยจริงๆ ข้ารู้สึกดียิ่ง ต่อให้ตายก็คุ้มค่า!”“อา” เหนียนลู่ทำเสียงเห็นพ้อง ดวงตาลึกล้ า “นั่นก็ใช่แล้ว เมื่อไม่ได้ตายในอาณาจักรขุนเขาน้อย ก็นับว่าชีวิตเรายืนยาวมากพอแล้ว”จั่วม่อหอบหายใจอย่างรุนแรง นี่เป็นครั้งแรกที่มันทดลองต่อสู้ระยะประชิดในสงครามจริงเช่นนี้ ก่อนหน้านี้ไม่ทันรู้สึก แต่พอหยุดลง ค่อยรู้ตัวว่าทั่วร่างเจ็บปวดรวดร้าวอย่างบอกไม่ถูก มันสูดลมหายใจอย่างหนาวเหน็บ ที่แท้สังขารปิศาจมหาทิวาก็มีขีดจำกัด ต่อไปมันไม่อาจหุนหันพลันแล่นอีก“พวกเจ้าไฉนโหดร้ายถึงเพียงนี้!”เสียงเจือสะอื้นของสตรีนางหนึ่งดังมาจากฟากฟ้า จั่วม่อเงยหน้าขึ้นมอง เห็นสตรีนางหนึ่งในฝูงผู้ชม กำลังชี้หน้าก่นด่าสาปแช่งมันตรงๆรอบข้างกลายเป็นเงียบกริบในบัดดลบรรดาซิวเจ่อข้างกายจั่วม่อล้วนสีหน้ามืดทะมึน“เป็นไร? คิดเข่นฆ่าสตรีอ่อนแอเช่นข้าด้วยกระมัง?” สตรีนางนั้นโถมออกจากกลุ่มคนอย่างถือดี ดวงตารื้นไปด้วยน้ าตา สีหน้าพลุ่งพล่านดาลใจ “พวกมันแม้แต่ปกป้องตัวเองยังไม่มีปัญญา พวกเจ้าไฉนไม่ละเว้นทางรอดให้แก่พวกมัน? ไยต้องเข่นฆ่าพวกมันทั้งหมด?”