กเพียงครึ่งชั่วยาม ก่อนที่สนามรบทั้งหมดจะถูกกวาดล้างจนเกลี้ยงเกลาบรรดาซิวเจ่อที่ชมดูไม่มีผู้ใดรักษาความเยือกเย็นเอาไว้ได้ พวกมันจ้องมองสนามรบอันว่างเปล่าด้วยใบหน้าเผือดขาว เฝ้ามองเหล่าสมุนของเจ้าเมืองอีกาทองคำดำเนินการสะสางสมรภูมิอย่างเป็นระบบฝีมือการสะสางสนามรบทั้งช่ าชองและรวบรัดหมดจด การเคลื่อนไหวเหล่านี้ไม่มีกลิ่นอายฆ่าฟันแม้แต่น้อย แต่หลังจากการสู้รบอันโหดเหี้ยมดุดันถึงเพียงนี้ ยังคงบันดาลให้ซิวเจ่ออาณาจักรวารีฟ้าได้กลิ่นคาวเลือดและควันไฟไม่คลาย“อ่อนแอเหลือเกิน!” เหลยเผิงแค่นเสียงอย่างเย็นชา พลางกระชากป้ายหยกออกมาจากร่างผู้ตายหว่แ “แค่เศษสวะกลุ่มหนึ่ง อาศัยกำลังขวัญจากที่ใดมาโจมตีเราพวกมันไม่ได้ล่วงรู้อะไรเลยจริงๆ”“จะแปลกอันใด? นกตายเพราะอาหาร คนตายเพราะสมบัติ ในกาลก่อนพวกเราก็มิใช่เป็นเช่นเดียวกันนี่หรอกหรือ?” เหนียนลู่กระทั่งใบหน้ายังไม่เงยขึ้น ฝีมือปลดทรัพย์ของมันทั้งคล่องแคล่วและหมดจดประโยคท้ายทำเอาเหลยเผิงงงงันวูบ เอียงคอขบคิดแวบหนึ่ง ค่อยพยักหน้าพลางกล่าว “ถูกของเจ้า” แต่แล้วมันขมวดคิ้ว ถามว่า “แต่บัดนี้เราไม่เหมือนพวกมันอีกแล้ว หากทว่าไม่เหมือนกันตรงที่ใดเล่า?”เหนียนลู่ชะงักมือในที่สุด ยืดตัวตรง กล่าวอย่างเคร่งขรึมจริงจัง “บัดนี้พวกเราไม่เหมือนพวกมันอีกแล้วจริงๆ” แต่จนแล้วจนรอดมันก็ระบุไม่ได้ว่าไม่เหมือนกันตรงที่ใดหลังจากรอฟังอยู่เป็นนานสองนาน เหลยเผิงในที่สุดอดรนทนไม่ไ