โยงที่ค่ายด้วย มีเพียงซุนเป่ากับจี๋เหว่ยที่ติดตามมานอกเหนือจากนั้น เปาอี้ย่อมเป็นบุคคลที่ขาดไม่ได้ เมื่อพิจารณาว่าพวกมันไม่สมควรสะดุดตาเกินไป กงซุนชานำไพร่พลติดตามมาเพียงสามหมู่ หน่วยเทียนฟงเป็นหนึ่งในบรรดาพวกมันแต่ถึงกระนั้น ขบวนของพวกมันยังคงหรูหราสะดุดตายิ่งกลิ่นอายสังหารของค่ายจูเชวี่ยเพาะสร้างขึ้นจากสงคราม ย่อมแตกต่างจากองครักษ์ทั่วไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อตกอยู่ในสายตาของผู้ที่พอมีสายตาอยู่บ้าง พวกมันไม่อาจหยุดยั้งการคาดเดาของตัวเองได้เคราะห์ดีที่หยงเวยรู้จักผู้คนมากมายในเมืองหมิงสุ่ย บางครั้งยังมีผู้คนเข้ามาคารวะทักทายทันใดนั้น หยยงเวยใจสะท้านวูบ นางเงยหน้าขึ้น นกกระเรียนกระดาษเหินร่อนลงมานกกระเรียนกระดาษร่อนลงในฝ่ามือนาง นางคลี่ออกอย่างเบามือ หลังจากกวาดตาอ่านจนครบถ้วน สีหน้าทอแววประหลาดใจอยู่บ้างโหวเหยียไม่ได้อยู่ในจวน!องครักษ์จวนที่นางส่งกลับไปยังจวนอู่โหว แจ้งข่าวมาว่าโหวเหยียออกไปด้านนอกร่วมครึ่งเดือนแล้ว และยังไม่กลับมา หยงเวยนึกเสียดายอยู่บ้าง นางต้องการนำเจ้าเมืองอีกาทองคำเข้าพบโหวเหยีย โหวเหยียรอบรู้เจนจัด อาจสามารถมองเห็นความเป็นมาที่แท้จริงของคนผู้นี้ได้แต่ดูเหมือนว่าคงเป็นไปไม่ได้แล้ว นางนึกเป็นห่วงเรื่องราวในจวนขึ้นมา รีบประสานมือค้อมกายเป็นเชิงขออภัย “ขออภัยจริงๆ หยงเวยไม่ทันล่วงรู้ว่าโหวเหยียออกจากจวนไปครึ่งเดือนแล้ว ทั้งยังไม่กลับมา ในจวนโหวมีเรื่องราวมากหลายที่ต