อัดขัดข้องราวกับกินแมลงวันเข้าไปทั้งตัวเห็นจั่วม่อจ้องมองมันตาเขม็ง ผูเยาได้แต่เบ้ปาก กล่าวอย่างเสียไม่ได้ว่า “พวกมันได้รับโชควาสนาในคราเคราะห์ เจตจำนงสังหารช่วยชำระล้างสังขารของพวกมันหากเปลี่ยนเป็นผู้อื่น นี่เป็นอันตรายถึงชีวิต แต่สำหรับพวกมัน นับเป็นโอกาสอันดีในการฝ่าด่าน เนื่องเพราะเจ้ายอมสละวารีนิลกับไข่มุกเนตรจันทราให้แก่พวกมัน หากพวกมันยังไม่มีปัญญาฝ่าด่านสำเร็จ ก็ล้วนแต่เป็นลูกหมูแล้ว!”จั่วม่อคลายใจลงทันที จากนั้นยิ้มเยาะ “พวกมันเป็นลูกหมูหรือไม่ข้าไม่กล้าพูดหรอก อ๊า แต่ว่าก็ว่าเถอะ เหล่าผู ต่อไปเจ้าจะต้องทำตัวให้น่าเชื่อถือกว่านี้ เจ้าบอกว่าเจ้าอยากจัดการค่ายเว่ยโดยลำพังคนเดียว ดีมาก ข้าก็ไม่ว่าอะไร ข้าเห็นด้วยทันทีเสียด้วยซ้ า แต่เจ้าดูเอาเถอะ ฝึกปรือมาตั้งนาน กลับฝึกได้แต่ค่ายกลปิศาจโง่*ขบวนหนึ่งกับทักษะทำร้ายตัวเองท่าหนึ่ง โอ้ กรุณาเถอะ เจ้าคืออสูรฟ้าผู้หนึ่งเชียวนะ เจ้าต้องเอาสิ่งที่ใช้การได้ออกมาสิ! คนไม่อาจตระหนี่เกินไป โอ้ ไม่ใช่ ไม่ใช่ อสูรฟ้าไม่อาจตระหนี่เกินไป เจ้ากระทั่งต้องให้เกอวิ่งมาช่วยเหลือ! เจ้านึกว่าวารีนิลกับไข่มุกเนตรจันทราไม่ได้ใช้จิงสือหรือไร? อสูรฟ้าผู้สูงส่งเอ๋ย นั่นมันราคาแพงมากเลยนะ!”กล่าวจบ มันไม่เหลือบมองใบหน้าที่บัดเดี๋ยวขาวบัดเดี๋ยวเขียวของผูเยา หมุนตัวออกจากทะเลแห่งจิตสำนึกไปทันทีทันทีที่ออกมาจากทะเลแห่งจิตสำนึก จั่วม่อไม่สามารถหยุดยั้งตัวเอง