ต้องแผดเสียงหัวร่อดังกระหึ่ม เมื่อหวนนึกถึงสีหน้าเดี๋ยวขาวเดี๋ยวเขียวอันน่าเกลียดสุดทนดูของผูเยา มันรู้สึกร่างกายปลอดโปร่งโล่งสบายอย่างบอกไม่ถูก*(คำว่าฆ่าหรือสังหาร กับคำว่าโง่ ในภาษาจีนแม้จะออกเสียงไม่เหมือนกัน แต่ก็คล้ายกันมาก ในที่นี้จั่วม่อจงใจเปลี่ยน ค่ายกลปิศาจสังหารเป็นค่ายกลปิศาจโง่ เพื่อล้อเลียนผูเยา)
หลังจากไพร่พลรวมสองพันห้าร้อยคนทอดร่างเป็นซากศพอยู่นอกเมืองอีกาทองคำ หงจุนเซวียนผู้ประจักษ์ทุกอย่างด้วยสายตาตัวเอง ต่อให้ทระนงถือดีกว่านี้ ยังต้องรีบหดหัวหลุบหางอย่างเรียบๆ ร้อยๆหากจะให้ถอยทัพกลับไปอย่างน่าสังเวชเช่นนี้ มันย่อมมิอาจยินยอมพร้อมใจแต่หากบอกให้มันโหมโจมตีอีกครั้ง มันก็ไม่มีความกล้าหาญพอ เฮ่อเสียงกับพวกล้วนถูกสังหารกลางศึก มันแค่ชมดูก็หน้าซีดจนขาว ยังจะเอาความกล้าหาญมาจากที่ใด?ในความอับจน มันได้แต่สั่งตั้งค่ายตรึงกำลังเอาไว้ ค่อยๆ รวมหัวปรึกษาหารือกันไปก่อนรัตติกาลมาเยือนอย่างรวดเร็ว เมืองอีกาทองคำที่เคยเต็มไปด้วยแสงสว่างเรืองรอง วันนี้ดำมืดสนิทใจ แต่ฝ่ายค่ายของหอสำนักนอกกลับสว่างไสวดุจเวลากลางวัน ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าพวกมันหวาดกลัวจนหัวหด เกรงว่าเมืองอีกาทองคำจะลอบโจมตียามวิกาล เหล่าซิวเจ่อที่เฝ้าชมดูจากที่ห่างไกลล้วนรอคอยให้ถึงเวลารุ่งสาง คืนนี้ดูสงบราบคาบ คล้ายไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นเวลาไหลผ่านไปอย่างรวดเร็ว วิกาลคล้อยดึก ล่วงเลยมาถึงยามเที่ยงคืนทันใดนั้น ประตูเมืองเป