ระเสริฐ! พรุ่งนี้เราจะเข้าไปเที่ยวชมในเมือง ดูว่ามีของดีอันใดให้เราซื้อหาได้บ้าง”
ในเวลานี้เอง ลูกสมุนผู้หนึ่งพลันโพล่งขึ้นอย่างหน้าตาตื่น “เหล่าต้า ข้าจดจำได้แล้ว!”
“จดจำอันใด?” เหล่าต้าหันมามองอย่างสงสัยใจ
“เปาอี้!” สมุนผู้นั้นกล่าวเร็วปรื๋อ “เปาอี้เป็นพ่อค้าตลาดมืดผู้หนึ่ง มันเคยไปยังเมืองหนานเสิ้ง แต่ผู้อาวุโสสูงสุดของหอสำนักนอกมีเรื่องบาดหมางกับมัน เหล่าต้าท่านจำไม่ได้หรือ? ตอนนั้นท่านยังบอกข้าไม่ให้ไปซื้อหาสินค้ากับมัน ปั้องกันไม่ให้หอสำนักนอกพลอยเขม่นเราไปด้วย”
“อ๊า ข้านึกออกแล้ว!” พอถูกสะกิดเตือน เหล่าต้าก็จดจำได้ในฉับพลัน “คราวนี้ดูเหมือนเปาอี้ผู้นี้เลือกได้ต้นไม้ใหญ่ ชนเข้ากับความร่ำรวย! น่าอิจฉาเลื่อมใสนักเจ้าของเมืองนี้ก็ขวัญกล้าเทียมฟั้าอย่างแท้จริง กระทั่งหอสำนักนอกยังไม่ไว้หน้า”
“เหล่าต้า ท่านว่า… ผู้ที่ถล่มเมืองหนานเสิ้งใช่คนกลุ่มนี้หรือไม่?” ลูกสมุนกระซิบถามเสียงเบากริบ
เหล่าต้าสะท้านขึ้นทั้งร่างดุจถูกสายฟั้าฟาด มือไม้สั่นระริก รีบตำหนิเสียงเบาต่ำ“อย่าพูดจาเหลวไหล! เรื่องเช่นนี้อย่าได้เที่ยวกล่าวไป พวกเราอาจถูกฆ่าตายได้ง่ายๆเพราะเรื่องนี้!”
“ใช่ใช่ใช่!” ลูกสมุนผู้นั้นหน้าเผือดสีอยู่บ้าง ผงกศีรษะไม่หยุด
โบกมือขับไล่ลูกสมุนไปด้านข้าง เหล่าต้าอดคิดทบทวนไม่ได้ ไม่ทราบเพราะเหตุใดถ้อยคำของลูกสมุนผู้นั้นเฝั้าวนเวียนอยู่ในใจมัน ราวกับผีร้ายตามหลอกหลอน
หรือจะเป็นฝีมือของคนก