มฝีปากจนห้อเลือด ลอบออกจากงานรื่นเริงในค่ายอย่างเงียบเชียบมองหาศิษย์พี่ของมัน มันพบศิษย์พี่ที่หอรบค่ายกลสงครามแห่งหนึ่ง ต้องประหลาดใจอยู่บ้าง ขณะที่ทุกผู้คนกำลังหาความสำราญอย่างคลั่งไคล้ ศิษย์พี่กลับเร้นกายอยู่เพียงลำพังบนหอรบค่ายกลสงคราม
สังเกตเห็นกงซุนชาเข้ามายืนตรงหน้า จั่วม่อเงยหน้าขึ้น กล่าวอย่างราบเรียบว่า“ข้ากำลังทดลองดูว่าจะสามารถใช้หอรบค่ายกลสงคราม หล่อเลี้ยงและกลั่นเกลาเหอเถาอัสนีคำรนได้หรือไม่?”กงซุนชาคึกคักขึ้นมาทันที “ศิษย์พี่พบวิธีหรือไม่?”“อา ดูเหมือนว่าทำงานได้ดี แต่ยังต้องทดสอบดูเสียก่อน” จั่วม่อสังเกตเห็นอารมณ์ขุ่นข้องหมองใจของกงซุนชา “เป็นไร? ศิษย์น้องพบเรื่องใดไม่พึงใจ?”มันเข้าใจศิษย์น้องทั้งสองเป็นอย่างดี ศิษย์น้องเฉิงลุ่มหลงงมงายอยู่กับการเลี้ยงสัตว์ในขณะที่ศิษย์น้องกงซุนดูเหมือนโหดเหี้ยมอำมหิต แต่อันที่จริง ความคิดจิตใจของมันไม่ต่างอันใดจากศิษย์น้องเฉิง พวกมันทั้งคู่เรียบง่ายไร้เดียงสา ไม่ค่อยล่วงรู้เรื่องราวทางโลก“ไม่มีใด เพียงแต่ข้าเห็นพวกมันมีความสุขยิ่ง แต่ท้ายที่สุด จะไม่มีสิ่งใดหลงเหลือเมืองนี้จะอย่างไรก็ต้องพินาศ” กงซุนชากล่าวอย่างหดหู่ใจจั่วม่อพอฟังต้องเงียบงันไป มันเดินไปยังรั้วกั้นหอรบ ทอดตามองไปยังที่ห่างไกล นิ่งงันไปชั่วอึดใจ กล่าวอย่างยิ้มแย้ม “คิดไม่ถึงคนดุร้ายอย่างศิษย์น้อง จะมีอารมณ์อ่อนไหวเหมือนกัน” มันหยุดไปแวบหนึ่ง หันหน้ากลับมามอง กล่าวอย่