ลือบมองสตรีประหลาดผู้สวมหน้ากากดำราวกับตัวตลกอย่างหวาดผวา รู้ดีว่าชั่วชีวิตนี้จะไม่มีทางลืมร่างประหลาดนี้อย่างแน่นอน“หนี!” มันระงับหัวใจที่เต้นกระหน่ำอย่างดุเดือด โคจรพลังตวาดสุดเสียง ปลุกทุกผู้คนในคำเดียว จากนั้นหมุนตัว หลบลี้หนีหน้าเป็นคนแรกคนอื่นแตกตื่นจนขวัญหาย ใบหน้าซีดจนขาว หมุนตัวหลบหนีอย่างบ้าคลั่งดุจนกแตกรังซิวเจ่อสตรีไม่ไล่ตามพวกมัน เพียงเฝั้ามองอย่างเงียบเชียบ ใต้เท้าเปล่าสะท้านขวัญกระชากวิญญาณของนางคู่นั้น เป็นซากศพหนึ่งร้อยศพกลาดเกลื่อนเต็มพื้น
จั่วม่อไม่ทราบกระทั่งว่ามันกลับมาที่เมืองอย่างไรในตอนสุดท้าย จิตใจของมันว่างเปล่า ฉากสุดท้ายนั้นสร้างความสะท้านสะเทือนให้แก่มันมากเกินไป ไม่ใช่แค่มันคนเดียวซิวเจ่อทั้งเมืองคล้ายสูญเสียวิญญาณของพวกมันไป พวกมันล้วนเห็นการต่อสู้อันแปลกพิสดารสุดหยั่งคาดของซิวเจ่อสตรีผู้นั้นด้วยสายตาตัวเอง ไม่มีผู้ใดกล้าเงยหน้าขึ้นมองนาง ไม่มีผู้ใดกล้าสบตานางแม้แต่แวบเดียวซิวเจ่อซิวเจ่อยืนเงียบงันอยู่ข้างกายจั่วม่อเหมือนเคยในทะเลแห่งจิตสำนึก เบื้องหน้าจั่วม่อเป็นผูเยาที่มีสีหน้าเคร่งขรึมจริงจัง นี่เป็นครั้งแรกที่จั่วม่อเห็นผูเยาเคร่งขรึมจริงจังถึงเพียงนี้“นั่นเป็นวิชาอันใด?” จั่วม่อถามเสียงหนัก“ข้าไม่ทราบ” ผูเยาเห็นได้ชัดว่าหวาดเกรงสตรีซิวเจ่อผู้นี้ไม่น้อย มันกล่าวเสียงต่ำลึก “ข้าไม่อาจนึกหาเวทวิชาหรือศาสตร์วิชาลับใดที่เกี่ยวข้องได้”“เมื่อตอนที่ข้าตร