บี่เดียว ได้แต่เหลือกตาแทน “เจ้ารำคาญว่าตายช้าเกินไปหรือ? คนยังไม่ได้ไปไหนไกล หากพวกมันย้อนกลับมา จะไม่มีผู้ใดหลบหนีจากคนเหล่านี้ได้”เหลยเผิงค่อยตระหนักว่าคำถามของมันคล้ายจะมีปัญหาอยู่บ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเห็นทุกสายตาหันมามองมันราวกับมองคนปัญญาอ่อน มันรีบหัวร่อแก้ขวย “ดูเอาเถอะถูกพวกมันขู่ขวัญเสียจนสมองข้าเลอะเลือนไปเสียแล้ว”“ห้าวัน” เมื่อสงบใจลง ม้าฝานก็เปลี่ยนเป็นเยือกเย็นมีเหตุมีผล “รออีกแค่ห้าวันถึงตอนนั้น ต่อให้พวกมันคิดหวนกลับมาก็ไม่ทันการณ์”“ทุกคน ห้าวันนี้ต้องพักผ่อนฟืนฟูเรี่ยวแรงให้ดี มิเช่นนั้น ขณะที่เจ้าเงอะๆ งะๆ ไม่มีเรี่ยวแรง เหล่าสหายจะอาละวาดกันอย่างสนุกสนาน” เซี่ยซานกล่าวอย่างยิ้มแย้มมาจากอีกด้านหนึ่งเสียงสนทนาพลันจางหายไปจากถ้ำ ทุกผู้คนระงับความตื่นเต้นในใจ ต่างคนต่างนั่งท่าดอกบัวเข้าฌาน พวกมันราวกับกลุ่มนายพรานมากประสบการณ์ กำลังตระเตรียมความพร้อมขั้นสุดท้าย ก่อนจะรวบปิดร่างแหสังหารเจี่ยงเหวยรับม้วนหยกที่ลูกสมุนยื่นส่งมาให้ สุดท้ายมันตัดสินใจส่งซิวเจ่อที่มีฝีมือทางปกปิดซ่อนเร้นมากที่สุด ลอบสะกดรอยกลุ่มของเว่ยหยานจากระยะไกล จนประสบความสำเร็จในการเสาะหารังของกองกำลังลึกลับกลุ่มนี้ทันทีที่กวาดตามองในม้วนหยก มันก็ตัวแข็งทื่อในภาพมายาของม้วนหยก ที่จุดสูงสุดของยอดเขา เห็นเมืองแห่งดวงตะวันที่สร้างจากอิฐสีเขียวทองทั้งเมือง แสงตะวันส่องเป็นลำประดุจกระบี่คมกล้า แทงผ่านหมู