”
“จริงแท้แน่นอน!”
เสียงรับรองจากฝูงชนดังขึ้นเป็นระลอก
หากไม่ใช่เพราะหลินลั่วเว่ยมีอำนาจและบารมีล้นฟ้า เกรงว่าคงไม่มีผู้ใดกล้าออกมาเอ่ยวาจาเช่นนี้
แต่เมื่อมีองค์หญิงใหญ่อยู่เบื้องหน้า พวกเขาย่อมพร้อมใจสนับสนุนอย่างสุดใจ
“พวกเจ้า…พูดจาเหลวไหล!!!”
เจียงอวิ๋นเหอโกรธจนตัวสั่น
เขาไม่คาดคิดเลยว่าเหล่าชาวบ้านต่ำต้อยพวกนี้กล้าชี้หน้ากล่าวหาเขา!
หากมิใช่เพราะเกรงบารมีของหลินลั่วเว่ย เกรงว่าเขาคงลงมือสังหารหมู่ไปแล้ว
“ท่านเจียง เห็นหรือไม่ นี่คือความจริง หากเป็นเช่นนี้ ศิษย์ของท่านก็ควรตาย เรื่องทั้งหมดก็ขอยุติลงเพียงเท่านี้ ท่านคิดเห็นเช่นไร?”
หลินลั่วเว่ยเอ่ยอย่างสงบ
นางพยายามเปิดทางให้เจียงอวิ๋นเหอถอนตัวอย่างสง่างาม ไม่ต้องขุดลึกว่าเหตุใดศิษย์ของเขาจึงคิดลักพาตัวซูหลิงเอ๋อร์
“ยุติอย่างนั้นหรือ? เป็นไปไม่ได้! จ้าวซิงคือศิษย์ของข้า แม้เขาทำผิด ข้าก็จะเป็นผู้ลงโทษ! ซูเฉินไม่มีสิทธิ์ฆ่าเขา! วันนี้…ข้าจะละเว้นชีวิตมันก็ได้ หากมันยอมคุกเข่าตบหน้าตนเองแล้วกล่าวคำขอโทษ!”
เจียงอวิ๋นเหอกล่าวเสียงเย็น
เขาเสียหน้าไปมาก จึงไม่อาจจบเรื่องโดยไม่เอาคืนได้
“ท่านเจียงพูดถูก! ท่านหญิง แม้จ้าวซิงจะลักพาตัวหญิงสามัญชน นั่นก็ไม่ถึงกับถึงตาย ส่วนซูเฉินกลับฆ่าเขาทั้งที่ไม่มีสิทธิ์ เช่นนั้นให้เขาคุกเข่าขอขมาท่านเจียง จะถือว่าลงโทษอย่างเหมาะสม”
ในตอนนั้นเอง เสียงหนึ่งดังขึ้นอย่างสงบเยือกเย็น
ฝูงชนเบื้องหน้าถูกแหวก