มันซึ่งดูกำยำล่ำสันขึ้นพักหนึ่ง กลับกลายเป็นผอมบางอีกครั้ง แต่กล้ามเนื้อทุกมัดในร่างเปลี่ยนเป็นแข็งแกร่งและกระชับมากขึ้น แกร่งกร้าวดุจท่อนเหล็กพลังอำนาจทวีขึ้นหลายเท่า
จั่วม่อย่ำเท้าเบาๆ เสียงดังพลุบ เท้าขวาของมันดุจเหยียบลงบนก้อนเต้าหู้ จมลึกลงไปถึงหน้าแข้ง มันชักเท้ากลับ เห็นขอบหลุมราบเรียบคมชัด ราวกับสลักขึ้นโดยใช้ฝั่าเท้าเป็นแม่พิมพ์“ขุนเขาแสดงถึงพลังอำนาจ ด่านสองขุนเขาอธิบายว่าเจ้าสามารถใช้พลังของสองขุนเขาได้ถึงขีดสุด” ผูเยาขบคิดอยู่ครู่ใหญ่ ยังไม่สามารถหาเหตุผลมาอธิบายเรื่องราว ได้แต่โยนปัญหาเรื่องการบรรลุด่านสองขุนเขาทิ้งไปด้านข้าง บางครั้งจั่วม่อก็มักทำให้มันประหลาดใจอยู่เรื่อยๆ มันค่อยๆ ปรับตัวจนคุ้นชินเสียแล้ว“หนึ่งขุนเขาแข็งแกร่งเท่าใด? ใช่สามารถเคลื่อนย้ายภูเขาหรือไม่? นั่นไม่น่าเป็นไปได้” จั่วม่อคล้ายไม่เชื่อถือนักผูเยาทำสีหน้าแปลกพิกลอย่างที่พบเห็นได้ยาก “ไฉนเป็นไปไม่ได้? ทักษะปิศาจเมื่อมีความสำเร็จถึงจุดหนึ่ง พลิกภูเขาผันสมุทรลำบากเพียงยกมือเท่านั้น เมืองตงฝูของเจ้ามิใช่เซียนกระบี่ผู้หนึ่งฟันยอดเขาขาดครึ่งในกระบี่เดียว แล้วสร้างเมืองขึ้นมาหรอกหรือ?”“นั่นก็ใช่แล้ว แต่ข้าไม่เห็นรู้สึกว่าข้าแข็งแกร่งถึงเพียงนั้น” จั่วม่อแย้ง จ้องมองฝั่ามือของตนอย่างกังขา“ก็เจ้าฝึกปรือมานานเท่าใดกันเล่า! คิดถึงขั้นพลิกภูเขาผันสมุทรแล้ว? หึหึ ช่างไม่เจียมตัว” ผูเยาสีหน้าเต็มไปด้วยการดูถูก