อขบคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นส่ายศีรษะ “ศิษย์น้อง ปั้ายนี้เจ้าสมควรเก็บไว้เองสถานการณ์ตอนนี้ชักไม่เข้าที หากเจ้ามีปั้ายนี้ติดตัว อย่างน้อยยังสามารถปั้องกันตัวเองได้บ้าง”“ถูกต้อง!” กงซุนชาสนับสนุนทันควัน“ก็ได้” ฉุนอวี๋เฉิงพยักหน้า “แต่พลังบำเพ็ญเพียรของข้าต่ำเกินไป คิดกลั่นเกลาเชื่อมโยงจิตใจกับปั้ายบงการสัตว์ร้ายนี้ เกรงว่าต้องใช้เวลาไม่น้อย”“ต่อให้ใช้เวลานานเท่าใดก็คุ้มค่า” จั่วม่อกล่าว“แล้วบ่อฟูมฟักสัตว์ร้ายนี่เล่า จะไม่เก็บเอาไว้แล้วหรือ?” ฉุนอวี๋เฉิงเข้าใจถึงความหมายในการกระทำของจั่วม่อ“ไม่สมควรเก็บไว้” จั่วม่อสั่นศีรษะ “ทำลายมันเสียเถอะ เราจะปล่อยให้มันตกไปอยู่ในมือคนอื่นไม่ได้”ฉุนอวี๋เฉิงกับกงซุนชาต่างเงียบงันกันไป บรรยากาศก็กลายเป็นหนักอึ้งซึมเซาเห็นศิษย์น้องทั้งสองสลดหดหู่ โดยเฉพาะฉุนอวี๋เฉิง จั่วม่อต้องปลอบโยน “อย่าห่วงไปเลย รอจนเราเสาะหาที่พำนักแห่งใหม่ได้ เราย่อมสามารถสร้างใหม่ได้ทุกเมื่อ”ฉุนอวี๋เฉิงค่อยสีหน้าดีขึ้น เผยแววคาดหวังอยู่บ้างกงซุนชาพลันถาม “ก่อนหน้านี้ข้าได้ยินเสียงกู่ร้อง ศิษย์พี่ใช่ฝั่าด่านหนิงม่ายสำเร็จแล้วหรือไม่?”“เป็นข้าเอง” จั่วม่อผงกศีรษะสองศิษย์น้องกลายเป็นตื่นเต้นยินดีขึ้นมา สีหน้าปลอดโปร่งสดใส ความสลดหดหู่ในใจถูกกวาดออกไปทันทีฉุนอวี๋เฉิงกล่าวอย่างยิ้มแย้ม “ประเสริฐยิ่ง! ศิษย์พี่เข้าสู่ด่านหนิงม่าย เช่นนี้ในยามราตรีข้าก็สามารถนอนหลับได้อย่างสงบสุขแล้ว!