จส่วนใหญ่ยังคงติดตรึงกับการเฝั้าดูผูเยาพลังจิตสำนึกของผูเยาไหลบ่าเข้าไปยังอักขระสีเลือด ยันต์อักขระพลันเต็มไปด้วยแสงแวววาว ราวกับว่ามีชีวิตขึ้นมาในบัดดลจั่วม่อรู้สึกราวกับว่าจู่ๆ ก็ถูกดึงเข้าสู่โลกอันแปลกพิสดารถึงขีดสุดแห่งหนึ่งไร้สรรพสำเนียง ไร้การเปลี่ยนแปลง ประดุจกาลเวลาหยุดลงอย่างสมบูรณ์ จั่วม่อรู้สึกหัวใจหยุดเต้น เลือดหยุดไหลเวียน กล้ามเนื้อ เส้นผม ทั้งหมดหยุดเคลื่อนไหว!ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าใด โลกอันแปลกพิสดารนี้เลือนหายไป ราวกับเป็นเพียงความฝันตื่นหนึ่งจั่วม่อยามนี้ตะลึงลาน ในห้วงความสับสนมึนงง ได้ยินเสียงทุ้มลึกและแช่มช้าของผูเยากล่าวว่า“กระบวนท่าแรกเรียกว่า ‘คล้อยตามความว่างเปล่า’ มันไม่ได้หยุดเวลา แต่เป็นเพียงการรักษากฎดั้งเดิมของสรรพสิ่งเอาไว้ แต่ในขณะเดียวกัน ก็ปฏิเสธกฎใหม่ที่เข้ามาทั้งหมด ดังนั้นเจ้ารู้สึกเหมือนเวลาถูกหยุดลง แนวคิดทั้งสองต่างกันอย่างสิ้นเชิงในธรรมชาติ แทนที่จะหยุดเวลา นี่ก็เป็นเพียงการสร้างอาณาเขตที่ไม่ยอมให้สิ่งใดเปลี่ยนแปลงเท่านั้น ยิ่งจิตสำนึกแข็งแกร่งเท่าใด ความสามารถในการควบคุมจิตสำนึกก็ยิ่งเข้มแข็งขึ้นเท่านั้น อาณาเขตที่เจ้าสามารถควบคุมได้ก็จะมีขนาดใหญ่ขึ้น อย่างไรก็ตาม หากการเปลี่ยนแปลงในอาณาเขตของเจ้าทรงพลังเกินไป เจ้าอาจไม่สามารถหยุดยั้งมันได้เช่นกัน อาณาเขตคล้อยตามความว่างเปล่าของเจ้าจะพังทลาย”“อย่าได้พยายามใช้มันกับซิวเจ่ออื่นๆ เว้นเสียแต่ว่