จั่วม่อไม่ได้รู้สึกเศร้าเสียดายมากนัก มันทราบว่าช่วงเวลาแห่งการรู้แจ้งและการรุดหน้า ไม่ใช่สภาวะที่คงอยู่นาน แต่มันเมื่อข้ามผ่านด่านนี้ไปแล้ว ตราบเท่าที่ยังคงยืนหยัดฝึกปรืออย่างไม่ย่อท้อ ย่อมจะมีสักวันที่ก้าวขึ้นไปถึงระดับนั้นอย่างแท้จริงมันไม่ทราบว่าเป็นผลกระทบจากสภาวะที่พลังฝีมือยกระดับขึ้นหรือไม่ แต่สังหารจระเข้หนามครามสำเร็จ กลับไม่รู้สึกยินดีสักเท่าใดมันเพียงกล่าวกำชับว่า “ศิษย์น้องกงซุน จัดการให้ด้วย” จากนั้นหมุนตัวจากไปจนกระทั่งจั่วม่อจากไปไกล ทุกผู้คนยังไม่ฟืนคืนสติจากความตระหนก ฉากสุดท้ายนั่นน่าตื่นตะลึงอย่างแท้จริง เหลือเชื่อมากเกินไป จนถึงตอนนี้ พวกมันยังรู้สึกสมองขาวว่างเปล่า ไม่ทราบว่าจะพูดอะไรสักครู่หนึ่งให้หลัง กงซุนชาซึ่งได้สติเป็นคนแรก รีบวิ่งไปยังซากร่างของจระเข้หนามคราม จับพลิกขึ้นมาดู เพียงชั่วอึดใจ ก็อดจุ๊ปากบ่นพึมพำไม่ได้ “ร้ายกาจเกินไป! ร้ายกาจเกินไปจริงๆ!”พอได้ยินมันกล่าว คนอื่นๆ ค่อยได้สติ รีบเข้ามามุงดูรอบๆ ซากศพของจระเข้หนามคราม กระทั่งศิษย์ที่ได้รับบาดเจ็บยังไม่สนใจความเจ็บปวดของมัน วิ่งเขยกตามมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น“ตาย! ตายอย่างสมบูรณ์!”“จระเข้หนามครามเป็นสัตว์ร้ายระดับสี่เชียวนะ! กระทั่งจระเข้หนามครามระดับสี่ศิษย์พี่ยังเชือดทิ้งได้ พวกเราไม่ต้องหวาดกลัวอะไรอีกแล้ว!”“กลัว? ข้าเคยกลัวตั้งแต่เมื่อใด? จะอย่างไรก็ไม่ใช่ว่ายังมีค่ายกลใหญ่อยู่หรอกหรือ?ฮะ ใ