“ต่อให้ข้าบอกเจ้า เจ้าก็ไม่มีปัญญาเข้าใจ” ผูเยาชายตามองจั่วม่ออย่างเหยียดหยาม จากนั้นแบมือออกมา “จิงสือ!”จั่วม่อพยายามระงับอารมณ์ไม่ให้โถมเข้าไปเสี่ยงชีวิตกับผูเยา มันหยิบจิงสือระดับสามออกมาสิบชิ้น โยนไปยังเหรินเยาบัดซบตรงหน้า“เพียงเท่านี้เอง?” ผูเยาขมวดคิ้วอย่างขุ่นข้อง มือที่ยื่นออกมาแปรเปลี่ยนเป็นทำท่าคว้าจับกลางอากาศกริ๊ง กริ๊งเสียงกระทบอันคุ้นหูเป็นที่สุดดังขึ้น ในมือของผูเยาปรากฏจิงสือมากมายจนล้นมือ!เบิกตามองฝีมือดุจเล่นกลของผูเยา จั่วม่ออ้าปากค้าง สักครู่ให้หลัง ค่อยมีปฏิกิริยาตอบสนอง รีบตรวจสอบในแหวน“เจ้าเหรินเยาบัดซบ เสี่ยวเหยียจะเชือดเจ้าทิ้ง!”เสียงคร่ำครวญอย่างโศกเศร้าปิมว่าจะขาดใจของจั่วม่อสะท้อนสะท้านไปทั้งเกาะแมกไม้รกร้าง!เวลานี้จะเรียกว่าจั่วม่อตั้งถิ่นฐานอยู่บนเกาะแมกไม้รกร้างก็ว่าได้ มันจำเป็นต้องเฝั้าเกาะแร้นแค้นนี้ไปอีกนาน ก่อนจะเดินทางมา มันได้รับทรัพยากรมากมายจากสำนัก อีกทางหนึ่งก็หมายความว่ามันจะไม่ได้รับทรัพยากรจากสำนักอีกเป็นเวลานานจะจัดการกับทรัพยากรที่มีจำกัดนี้อย่างไร จะใช้ทำอะไรให้มันแข็งแกร่งขึ้น เรื่องเหล่านี้กลายเป็นปัญหาที่มันต้องครุ่นคิดจั่วม่อนำคำถามนี้ปรึกษาหารือกับผูเยาทว่าผูเยากลับตอบอย่างไม่แยแส “ไม่ใช่กงการอะไรของข้า!”คบค้ากับเจ้าผู้นี้มานาน จั่วม่อทราบดีว่าเหรินเยานี้บัดซบเพียงใด จึงไม่มีโทสะเพียงกล่าวอย่างเย้ยหยันว่า “เสี่ยวเหยียผู้นี้มีจิง