” แต่ในใจอบอุ่นยิ่งหุบเขาลมตะวันตกดูไม่แตกต่างจากครึ่งปีที่แล้ว สมควรมีผู้คนมาดูแลทำความสะอาดอยู่เป็นประจำล่วงรู้ถึงความฉงนของจั่วม่อ สือฟั่งหรงยิ้มพลางกล่าวว่า “ทีแรกเสี่ยวกั่วคอยมาดูแลทำความสะอาดทุกวัน แต่ต่อมานางถูกส่งไปยังเมืองใหญ่เทียนอิน (สำเนียงฟั้า)ดังนั้นนางกำชับให้ศิษย์ฝั่ายนอกจำนวนหนึ่งคอยมาดูแลแทนนาง”คิดถึงใบหน้าผลผิงกว่อน้อยๆ อันขลาดอายวงนั้น จั่วม่อในใจรู้สึกสูญเสียอยู่บ้างปากถามปนหัวร่อ “เสี่ยวกั่วเป็นอย่างไรบ้าง?”สือฟั่งหรงเห็นได้ชัดว่าพึงพอใจกับลูกศิษย์อีกคนของนางไม่น้อย “เสี่ยวกั่วอาจมีพรสวรรค์ไม่เท่าพวกเจ้าที่เป็นศิษย์พี่ทั้งสาม แต่นางทรหดอดทน ฝึกหนักไม่ย่อท้อควบคู่ไปกับการขยายตัวอย่างรวดเร็วของสำนักในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา พวกเรามีทรัพยากรมากขึ้น นางก็รุดหน้าอย่างรวดเร็วดุจติดปีกบิน อยู่ห่างจากด่านหนิงม่ายอีกไม่ไกลเท่าใดแล้ว ท่านเจ้าสำนักเห็นว่านางสมควรได้รับประสบการณ์บ้าง ดังนั้นส่งนางไปจัดการเรื่องราวในเมืองเทียนอิน”“ศิษย์พี่ใหญ่กับศิษย์พี่หลัวหลีเล่า?” จั่วม่ออดถามไม่ได้สือฟั่งหรงกล่าว “ศิษย์พี่ใหญ่กับศิษย์พี่หลัวหลีของเจ้า แรกเริ่มเดิมทีติดตามอาจารย์ลุงรองของเจ้าออกทำศึก หลังจากนั้นเพื่อความรวดเร็ว พวกมันนำศิษย์น้องส่วนหนึ่ง แยกย้ายออกเป็นสองทาง น่าเสียดายที่พวกเราไม่ทราบว่าเจ้าจะออกมาจากค่ายกลในวันนี้ มิเช่นนั้นหลี่อิงฟั่งย่อมต้องรอคอยอีกสองสามวันค่อยออกเดินท