รามีเจ็ดปรมาจารย์จินตัน มีซิวเจ่อด่านหนิงม่ายร่วมสามสิบคน และศิษย์ด่านจู้จีมากกว่าสองร้อยคน”จั่วม่อคล้ายจะรู้ว่าซือฟูั่ต้องการบอกเตือนอันใด แต่ไม่ทราบว่าทำไม ในใจมันสงบราบเรียบเป็นอย่างยิ่ง“สำนักเราขยับขยายรวดเร็วเกินไป แม้ว่านี่เป็นเรื่องอับจนปัญญา แต่ก็ก่อให้เกิดอันตรายซุกซ่อนอยู่มากมาย สำนักในตอนนี้ไม่ได้สามัคคีกลมเกลียวเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว” กล่าวถึงเรื่องนี้ นางอดถอนหายใจไม่ได้ “เจ้าต้องตั้งใจฝึกปรือให้ดี รีบเข้าสู่ด่านหนิงม่ายโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้!”“ศิษย์ทราบแล้ว” จั่วม่อทราบดีว่าซือฟูั่ห่วงกังวลและระมัดระวังแทนมันสือฟั่งหรงกำชับอีกสองสามเรื่อง ก่อนจะจากไปท้องนภามืดทะมึน จั่วม่อนั่งบนหลังคา อินกุยวางอยู่ด้านข้าง เสียงครืดคราดของอินกุยยังเหมือนเดิม นกโง่ยืนอยู่ข้างกาย นางคล้ายจะหยั่งทราบถึงอารมณ์ของจั่วม่อ ไม่ทำเสียงรบกวนใดๆผูเยานับตั้งแต่เข้าฌานในคราวนั้น ยังคงนิ่งงัน ไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลยโชคยังดี ทะเลเพลิงไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลง ปั้ายหินสุสานไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงและผูเยาที่นั่งนิ่งบนปั้ายหินสุสาน ก็ไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงผูเยาเข้าฌาน ศิษย์พี่ใหญ่ ศิษย์พี่หลัวหลี เสี่ยวกั่ว ศิษย์พี่หญิงหลี่อิงฟั่ง ไม่มีผู้ใดอยู่ที่นี่สักคนนั่งเงียบงันบนหลังคา จั่วม่อทอดตามองท้องฟั้าราตรี แสงกระบี่บินเข้าๆ ออกๆหลายครั้งหลายครา บ่อยครั้งกว่าแต่ก่อน สับสนวุ่นวาย มีชีวิตชีวาไม่น้อย แต่ควา