าดำมืดยิ่งกว่าก้นหม้อ ก็ใจหายวาบผิดท่าแล้ว!สี่ผ้าวุโสถลึงตามองจั่วม่อราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ทำเอามันขนลุกซู่ไม่มีผู้ใดคาดคิด คนแรกที่ทำลายบรรยากาศกดดันนี้จะเป็นอาจารย์ลุงซินหยานอย่างไรก็ตาม เมื่อมันเอ่ยปาก ราวกับสายลมหนาวขั้วโลกกวาดผ่านเข้ามาในห้องอุณหภูมิเย็นเยียบจนแทบแข็งตัว “ประเสริฐ! ประเสริฐมาก! ประเสริฐที่สุด!”กล่าวคำประเสริฐสามคำติดต่อกัน อาจารย์ลุงซินหยานไม่มีวาจาอื่น หมุนตัวจากไปทันทีเผยเหรียนหรานกับหยานเล่อใบหน้าไม่สู้ดี ทั้งคู่ก็หมุนตัวจากไปโดยไม่มีวาจา สือฟั่งหรงใบหน้าดำทะมึน ดวงตานางที่มองจั่วม่อ คล้ายปรารถนาจะถลกหนังมันทั้งเป็นจั่วม่อหากไม่เหม่อลอย ก็มีฝีมือมากในการสังเกตสีหน้าผู้คน พอเห็นสีหน้าซือฟูั่สังหรณ์เลวร้ายในใจพลุ่งขึ้น ต้องกล่าวอึกอัก “ซือฟูั่…”“ประเสริฐมาก!” สือฟั่งหรงแค่นเสียงอย่างเย็นชา หมุนตัวจากไปจั่วม่อเหม่อมองอย่างซึมเซาการเปลี่ยนแปลงกะทันหันนี้ยังขู่ขวัญเหวยเสิ้งกับหลัวหลีจนหัวหด พวกมันไม่เคยเห็นเหล่าผู้อาวุโสบันดาลโทสะถึงเพียงนี้มาก่อนเหวยเสิ้งลังเลแวบหนึ่ง ก่อนถามว่า “ศิษย์น้อง ที่แท้เจ้าก่อเรื่องอันใด?”“ใช่! อ๊า” หลัวหลีอดไม่ได้ “ทุกคนโกรธเจ้า! ข้าว่าเจ้าไม่รอดแน่!”จั่วม่อพอฟัง ประโยคนี้เผยแววยินดีในคราเคราะห์ของมันออกมาอย่างชัดแจ้งอย่างไรก็ตาม มันไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่จะจัดการกับศิษย์พี่ไม่ได้ความนี้ นึกถึงคำ‘ประเสริฐ’ สามคำของอาจารย์ลุงซินหยาน