จั่วม่ออดไม่ได้ ต้องขมวดคิ้วครุ่นคิดอย่างลึกซึ้ง มันรู้สึกว่ามันกำลังจะพบคำตอบจั่วม่อเอื้อมมือออกไปตามสัญชาตญาณ คว้าวัสดุสีเทาอีกครั้ง เหมือนครั้งก่อน มันคว้าไม่ถูกสิ่งใดเลยวัสดุนี้ราวกับอากาศธาตุ มองไม่เห็นและไม่มีตัวตน จั่วม่อคิดในใจรอเดี๋ยว…มองไม่เห็นและไม่มีตัวตน…จั่วม่อพลันสะท้านขึ้นทั้งร่าง มันรู้แล้วว่าสิ่งนี้คืออะไร!จิตสำนึก! นี่คือจิตสำนึก!ชั่วขณะที่มันบอกตนเองว่าสิ่งนี้คือจิตสำนึก ความรู้สึกคุ้นเคยภายในร่างกายมันก็รุนแรงขึ้นอย่างฉับพลัน ในเวลาเดียวกัน ทิวทัศน์รอบด้านก็แปรเปลี่ยนไปอย่างกะทันหันด้านล่างของมัน มีสถานที่ที่ดูคล้ายเกาะเล็กๆ อยู่ห่างไกลออกไป บนเกาะเล็กๆ นั้นท่วมไปด้วยทะเลไฟ มีเปลวไฟสีแดงเข้มที่เปล่งประกายเหลือคณานับ มีปั้ายศิลาสุสานและบุรุษชุดดำที่นั่งอยู่บนนั้น มีแม่น้ำที่ตรงแน่วอยู่อีกสายหนึ่ง ในแม่น้ำยุ่งเหยิงวุ่นวายมาก มีสีสันสองชนิดที่แทบจะไม่สามารถแยกออกจากกันได้ทะเลแห่งจิตสำนึก! นี่คือทะเลแห่งจิตสำนึก!จั่วม่อแปลกใจยิ่ง เมื่อเห็นผูเยาบนปั้ายหินสุสาน มันอดตะโกนเรียกไม่ได้ แต่ไม่ว่าจะพยายามตะโกนเสียงดังสักเท่าใด ผูเยาก็ไม่ได้ยินมันแม้แต่น้อยมันในที่สุดค่อยรามือ เริ่มหันไปสำรวจสภาพแวดล้อมทะเลแห่งจิตสำนึกทั้งผืนล้อมรอบด้วยวัสดุสีเทานี้ นี่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากสิ่งที่จั่วม่อเคยจินตนาการมาก่อน มันจำได้ว่าทะเลแห่งจิตสำนึก มองไปรอบๆ ทั้งหมดเป็นความว่างเปล่าสีดำ