่หรงผิง!”“กู่หรงผิง!”“เป็นธรรมดาที่ต้องเป็นกู่หรงผิง สำนักกระบี่หัวใจทะเลสาบรากฐานลึกล้ำ นับเป็นหนึ่งในสำนักชั้นยอดของอาณาจักรนภาจันทร์ กู่หรงผิงก็เป็นยอดอัจฉริยะที่ร้อยปีจะมีสักคน ยากที่จะหาผู้ใดเทียบเคียงกับมันได้”ทุกผู้คนล้วนเห็นพ้องต้องกันกับเรื่องนี้“นอกจากกู่หรงผิงเล่า?” ผู้อาวุโสอีกคนที่ไม่ค่อยพูดพลันเปิดปากขึ้น“ซู่ผู้นั้นลี้ลับยิ่ง พลังฝีมือก็เข้มแข็งยิ่ง”“กระบี่ภูตพรายน้อยของกุ่ยฟงซับซ้อนและจัดเจนมาก ข้าชอบมัน”“เหวยเสิ้งเล่า การประลองสองรอบของมันทั้งรวดเร็วและหมดจด แต่ข้าไม่เคยได้ยินชื่อสำนักกระบี่สุญตามาก่อน น่าจะเป็นสำนักเล็กๆ สักแห่ง” ผู้อาวุโสอีกท่านหนึ่งกล่าวอย่างลังเล“กล่าวถึงสำนักกระบี่สุญตา สำนักนี้มิอาจดูแคลน พวกมันส่งศิษย์สามคนเข้าร่วมประลอง ทั้งสามล้วนเข้าสู่รอบสุดท้าย”ได้ยินเช่นนี้ ผู้อาวุโสที่ถือหางข้างซู่แค่นหัวร่อ “พวกเราไม่อาจกล่าวเช่นนี้ คนที่ดูเหมือนผีดิบนั่นเพียงได้ตำแหน่งว่างเข้าสู่รอบสุดท้าย เราสามารถกล่าวได้แต่ว่า สำนักกระบี่สุญตามีสัมพันธ์อันดีกับเทียนซงจื่อ”มีผู้โต้แย้งทันที “แม้ว่าคนผู้นี้พลังบำเพ็ญเพียรต่ำไปบ้าง แต่ฝีมือของมันเป็นของจริง”ผู้อาวุโสที่ถือหางข้างซู่ย้อนถาม “เจ้าชื่นชอบมัน?”“จะเป็นไปได้อย่างไรเล่า!” ผู้อาวุโสนั้นส่ายศีรษะ “ช่องว่างระหว่างด่านจู้จีกับหนิงม่ายกว้างใหญ่เกินไป เมื่อมีเฉาอันเป็นเยี่ยงอย่าง เมื่อคู่ต่อสู้พบพานมัน จะไม่มีใคร