ประมาทมันอีก จะอย่างไรมันเพียงอยู่ในด่านจู้จี จะมีฝีมืออยู่สักกี่ท่ากัน? มันอาจใช้ออกมาหมดแล้วก็ได้ ไม่แน่ว่าผู้อาวุโสของมันอาจเพียงอยากให้มันได้ลงมาหาประสบการณ์เท่านั้น”“มีผู้ใดถือหางมันบ้าง?” ผู้อาวุโสที่ชมชอบซู่หันไปถามทุกคน“ฮ่าฮ่า! หากมีผู้ใดถือหางข้างมันจริง ข้าจะเลื่อมใสคนผู้นั้นแล้ว!”“ฮ่าฮ่า…”กลุ่มผู้อาวุโสสนทนาอย่างออกรสด้วยความสนใจเป็นอย่างยิ่ง คนของสำนักเดียวกันจะคอยปรึกษาหารือกัน ดูว่ามีต้นกล้าที่เหมาะสมบ้างหรือไม่ท่ามกลางหนึ่งร้อยซิวเจ่อ จั่วม่อหันไปหันมา มองไปยังที่นั่นที่นี่ แม้ว่าใบหน้าผีดิบของมันไร้อารมณ์ แต่ความอยากรู้อยากเห็นทอประกายอยู่ในดวงตามันกำลังสนทนากับผูเยาเป็นการลับ“ผู หากเปรียบเทียบหอคลื่นสนกับถ้ำกระบี่ที่ใดดีกว่ากัน?”“ล้วนเป็นขยะ” ผูเยาสุ้มเสียงเต็มไปด้วยความดูหมิ่นเหยียดหยามจั่วม่อพูดไม่ออกทันที จากนั้นเหลือกตา ย้อนถามด้วยน้ำเสียงไม่ต่างกัน “เจ้าไม่ใช่อสูรฟั้าหรอกหรือ? สามารถหลอมสร้างสักอันได้หรือไม่?”ผูเยาไม่มีท่าทีละอายใจ “ข้าเล่นกับสิ่งที่น่าเล่น นี่ไม่มีอันใดน่าเล่น”จั่วม่อในที่สุดก็ล่วงรู้ว่าไฉนมันเป็นเพียงซิวเจ่อด่านจู้จี แต่ผูเยาเป็นอสูรฟั้า นี่สมควรเป็นสัดส่วนโดยตรงกับความหนาของผิวหน้าหืมม์? จั่วม่อสังเกตว่ากู่หรงผิงดูเหมือนจะลอบมองมายังมัน แม้ว่ากู่หรงผิงปกปิดไว้เป็นอย่างดี แต่จั่วม่อเฉียบไวต่ออารมณ์แปลกๆ ที่แฝงเร้นอยู่ในสายตาคู่นั้นเป็นไปไม่ไ