ด้!คนตัวเล็กๆ อย่างมัน ไม่สมควรให้กู่หรงผิงมากังวลสนใจด้วย มันคงรู้สึกไปเองเสียมากกว่า“ระวัง!” ผูเยากล่าวเสียงหนักอย่างฉับพลันจั่วม่อชะงักกึก “เรื่องอันใด?”“ชั่วขณะนี้มีคนใช้เวทวิชาตรวจสอบ”“เวทวิชาตรวจสอบ?” จั่วม่ออึ้งไปวูบหนึ่ง จากนั้นร้องอย่างตระหนก “เป็นไปไม่ได้!”มันกำลังจะกวาดตามองรอบข้าง ผูเยาพลันตวาด “อย่าหันไปมอง!”จั่วม่อไม่กล้ากระดิกแม้แต่ปลายนิ้ว ยืนอยู่ตรงนั้นอย่างเรียบๆ ร้อยๆ มันแทบไม่เคยเห็นผูเยาตึงเครียดถึงเพียงนี้ ราวกับกำลังเผชิญหน้าศัตรูเข้มแข็งมีคนใช้เวทวิชาตรวจสอบ? สักครู่ใหญ่ จั่วม่อค่อยแสร้งทำเป็นมองไปรอบๆตามปกติ ไม่พบผู้ใดที่คล้ายมีพฤติกรรมแปลกๆ แม้แต่กู่หรงผิง ก็ดูเหมือนจะไม่ได้สังเกตว่ามีคนเพิ่งใช้เวทวิชาตรวจสอบจั่วม่อตะลึงลาน เพื่อที่จะใช้เวทวิชาตรวจสอบท่ามกลางกลุ่มคนมากมาย แต่กลับไม่มีผู้ใดระแคะระคายแม้แต่น้อย ผู้ใช้วิชาต้องมีพลังบำเพ็ญเพียรน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงไหน!“ฮึ่ม ดูเหมือนว่ามีคนมุ่งเปั้ามาที่ข้า” ผูเยาแค่นเสียงอย่างเย็นชา แต่ในน้ำเสียงไม่ได้มีความหวาดหวั่นพรั่นพรึง สักนิด“เจ้ารู้ได้อย่างไรว่ามันมาเสาะหาเจ้า?” จั่วม่อถามทันควัน“ก็ไม่ใช่เพราะ ‘เนตรเปลวเทียน’ นี่หรอกหรือ? ก่อนหน้านี้ข้าเคยพบพานมาแล้วหลายครั้ง” สุ้มเสียงของผูเยายิ่งเย็นชากว่าเดิม เต็มไปด้วยความชิงชังรังเกียจ “มันน่ารำคาญเหมือนพลังอภิญญา ‘เนตรฟั้า’ ของเซียนวรยุทธ์ไม่มีผิด!”ฟังถ้อยคำอันเต