็มไปด้วยความเกลียดชัง จากนั้นคิดถึงนิสัยเจ้าคิดเจ้าแค้นของผูเยาจั่วม่อไม่ต้องเดาก็ทราบว่าผูเยาจะต้องเคยเสียท่าเพราะเวทวิชาประเภทนี้มาก่อนแน่ๆทันใดนั้นกลายเป็นประสาทเสียขึ้นมา “อีกฝั่ายพบเจ้าหรือไม่?”ได้ยินคำถามนี้ ผูเยามีสีหน้าทระนงถือดีทันที หัวร่อฮิฮะ “คนผู้นั้นไม่เคยคิดว่าข้าจะซ่อนตัวอยู่ในทะเลแห่งจิตสำนึกของเจ้า เนตรเปลวเทียนอาจทรงพลัง แต่มันเพียงตรวจจับพลังของอสูรปิศาจ มั่นใจได้ ตราบเท่าที่เจ้าทำตัวปกติ จะไม่มีผู้ใดคิดถึงเรื่องนี้”“โชคดีจริงๆ” จั่วม่อค่อยคลายใจในเวลานี้เอง เทียนซงจื่อลุกขึ้นยืน ทุกสายตาล้วนจับจ้องมาที่มันเทียนซงจื่อรักษาความเยือกเย็นไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม คล้ายไม่ได้สังเกตเห็นสายตาผู้ใด เพียงกล่าวอย่างราบเรียบ “เตรียมตัวให้พร้อม ข้าจะส่งพวกเจ้าเข้าสู่หอคลื่นสน”กล่าวจบ มันก็เริ่มร่ายเวทวิชา สองขายืนหยัดมั่น ฝั่ามือค่อยๆ บิดหมุนผนึกมุทราพลังปราณพวยพุ่งออกมาทุกผู้คนพลันพบว่ารูปลักษณ์อันพื้นเพธรรมดาของเทียนซงจื่อ จู่ๆ ก็กลับกลายเป็นสูงตระหง่านเทียมฟั้า ประดุจต้นสนมหึมาอายุนับพันปี ตรากตรำแต่แข็งแกร่ง สองขาราวกับรากไม้นับไม่ถ้วนปักลึกลงไปในพื้นดิน มั่นคงดั่งหินผา ลมฝนยากสะเทือน ระลอกความกดดันแทบจะครอบคลุมไปทั่วทั้งตงฝูนอกจากซิวเจ่อด่านจินตันซึ่งสงบเยือกเย็น บรรดาซิวเจ่อที่ต่ำกว่าด่านจินตันกระทั่งกู่หรงผิงผู้โอ่อ่าอาจหาญยังสีหน้าแปรเปลี่ยน หวีปั๋ายจ้องมองซือฟูั่ของมัน