ต้องสลักค่ายกลลงบนชิ้นส่วนกระบี่แต่ละชิ้นทั้งยังต้องใช้คลื่นอาสัญจันทร์ทรงกลดในกระบวนการนี้ด้วย สิ่งเหล่านี้เกินความสามารถของมันไปไกลโข พวกมันสองคนนับว่ารู้จักกันมาก่อน ดังนั้นจั่วม่อกล่าวไม่เกรงอกเกรงใจกว่าเดิมหลินเชียนคล้ายชมชอบท่าทีไม่เกรงอกเกรงใจของจั่วม่อ ได้ยินมันหัวร่อ ย้อนถามว่า “พี่จั่วไม่มีความมั่นใจหรือ?”ขณะที่จั่วม่อกับหลินเชียนสนทนากัน ซู่ก็เงียบงันไป นางไม่ได้โง่เง่า สามารถเห็นได้ว่าหลินเชียนกำลังช่วยเหลือนาง จากข้อนี้ก็พอจะมองออกว่าหลินเชียนไม่ได้มีเจตนาร้ายจั่วม่อหัวร่อฮิฮะ “จะอย่างไรก็ไม่มีทาง ไม่ต้องสิ้นเปลืองเรี่ยวแรงแล้ว ข้าเพียงอยู่ในด่านจู้จีเท่านั้น รอจนข้าสามารถผ่านเข้าไปยังด่านหนิงม่ายเสียก่อน ค่อยมาเสาะหาข้าอีกครั้ง ตราบเท่าที่ราคาเหมาะสม รับรองว่าไม่มีปัญหา”ผ้าแพรตาข่ายดำของซู่สั่นไหว รอจนจั่วม่อเข้าสู่ด่านหนิงม่าย นั่นนางต้องรออีกนานเท่าใด? มรรคาแห่งการบำเพ็ญเพียรมีความไม่แน่นอนมากเกินไป ไม่มีผู้ใดสามารถรับประกันได้ว่าจะไปถึงขอบเขตด่านหนึ่งในช่วงระยะเวลาที่แน่นอน ในขั้นตอนการบำเพ็ญเพียร มีเงื่อนไขที่แปลกประหลาดมากมายเกินไป แม้แต่อัจฉริยะชั้นยอดยังไม่สามารถหลีกเลี่ยงหลักการข้อนี้ได้“ที่แท้พี่จั่วกังวลเรื่องนี้ ที่จริงข้าพอจะมีหนทางแก้ไขอยู่” หลินเชียนกล่าวเสียงหนัก“ลองบอกมาฟังดู” จั่วม่อกล่าว หลินเชียนอาจมีความรอบรู้กว้างใหญ่ไพศาล แต่ปัญหาเรื่องพลังบำเพ็ญ