เพียรไม่ใช่สิ่งที่สามารถแก้ไขได้โดยง่าย“จิตสำนึกของพี่จั่วแข็งแกร่งเป็นพิเศษ ไฉนไม่ลองพิจารณาค่ายกลเพลิงสี่หวนก่อตั้งเป็นสองห่วงโซ่ดูบ้าง?”วาจาของหลินเชียนไม่ผิดอันใดกับสายฟั้าฟาดข้ามท้องนภา ราวกับมีคนร่ายเวทวิชาอัมพาตตรึงร่างจั่วม่อ มันชะงักค้าง ไม่ไหวติง“ค่ายกลเพลิงสี่หวนสองห่วงโซ่ … ค่ายกลเพลิงสี่หวน…สองห่วงโซ่…”จั่วม่อดวงตาเลื่อนลอย ประหนึ่งกลายเป็นสติฟันเฟือนขึ้นมาอย่างฉับพลัน เอาแต่รำพึงพึมพำกับตัวเอง มันนั่งลงบนพื้น จิงสือจำนวนหนึ่งปรากฏขึ้นในมือ เริ่มก่อตั้งค่ายกลบนพื้นหลินเชียนโบกมือไปยังหนึ่งในเสมียนร้าน เสมียนผู้นั้นเข้าใจทันที และรีบวิ่งไปปิดประตูร้าน ซู่เหลือบมองหลินเชียนอย่างตกใจอยู่บ้าง แต่ยังคงรักษาความเงียบของนางไว้นางย่อมทราบว่าจั่วม่อตกอยู่ในห้วงการรู้แจ้งอันศักดิ์สิทธิ์ การรู้แจ้งอันศักดิ์สิทธิ์ไม่ใช่สภาวะที่สามารถประสบพบเจอได้ด้วยฝีมือ ได้แต่พบพานด้วยความโชคดีเท่านั้น หากถูกขัดจังหวะ ก็ยากที่จะเข้าสู่ภาวะผิดปกติอันยอดเยี่ยมนี้อีกคราหลินเชียนจู่ๆ กวักมือเรียกนาง แล้วหมุนตัวเดินออกไปยังห้องอื่นซู่ลังเลแวบหนึ่ง แต่ยังคงติดตามมันไปครั้นเมื่อซู่เดินเข้าไปในห้อง แสงไฟในห้องกระพริบอย่างกะทันหัน เสียงจากด้านนอกห้องก็หายไปอย่างฉับพลัน นางแตกตื่นจนขวัญหาย พลังบำเพ็ญเพียรของบุรุษตรงหน้านาง ไม่ทราบว่าลึกล้ำถึงเพียงไหน“ศิษย์น้องหญิงซู่ไม่ต้องวิตก นี่เป็นเพียงอาคมหวงห้ามที่