ขั้น คงอีกนานนับไม่ถ้วนกว่าจะกลับสู่จุดสูงสุดเช่นชาติปางก่อน
แต่บรรดาผู้นำทั้งหลายในดินแดนนี้ล้วนกุมทรัพยากรไว้มากมาย ซูเฉินจึงตั้งเป้าไว้ที่พวกเขา
ใครจะคิดว่า เพียงหยิบโอสถออกมาก็เรียกให้หยุนอี้ปรากฏตัวได้
“สมแล้วที่เป็นท่านซูเฉิน และยังเป็นปรมาจารย์โอสถอีกด้วย ข้าไม่เคยคิดเลยว่าท่านจะสามารถกลั่นโอสถชะลอวัยได้จริง!”
หยุนอี้กล่าวอย่างตื่นเต้น ดวงตาเต็มไปด้วยแสงแห่งความเคารพ
ชายหนุ่มผู้เบื้องหน้าเขานี้ ทำให้เขารู้สึกราวกับฝัน
ใครเล่าจะไม่ตกตะลึง หากได้ยินว่าเด็กหนุ่มคนหนึ่งคือปรมาจารย์โอสถ?
เขารู้เรื่องของซูเฉินเพราะได้ยินจากหลินลั่วเว่ย ว่าซูเฉินสามารถกลั่นโอสถไท่อินแปรเทพได้
หากไม่เพราะผู้คนมากมายอยู่ ณ ที่นี้ เขาแทบอยากขอคำแนะนำจากซูเฉินเสียเดี๋ยวนั้น
“ปรมาจารย์โอสถ?!”
ทุกคนในตำหนักต่างตกตะลึง
แต่แรก พวกเขาเพียงประหลาดใจที่ซูเฉินนำโอสถระดับหกที่สาบสูญมาได้
แต่ไม่มีใครคิดว่าโอสถนี้คือผลงานของซูเฉินเอง
เขาเป็นปรมาจารย์โอสถจริงหรือ?
ทั่วทั้งเมืองหลวงต้าหลี่ มีเพียงประธานแห่งหอว่านเป่าเท่านั้นที่เป็นปรมาจารย์โอสถ การจะก้าวสู่ระดับนี้ยากเย็นนัก
ทว่าซูเฉินยังเป็นเพียงวัยรุ่น เขาทำได้อย่างไร?
แม้แต่หลินฉีเอง สีหน้าก็ซีดขาว ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
เขารู้ดีว่า สถานะของ ‘ปรมาจารย์โอสถ’ นั้นสูงส่งเพียงใด เทียบได้กับยอดฝีมือระดับราชายุทธ์เลยทีเดียว!
หากซูเฉินคือปรมาจารย์โอสถจริง เช่นนั้น