ไม่มีร่องรอยของการแสดงอารมณ์บนใบหน้า มันดูไม่ต่างอันใดจากพระวัชรปาณีเสด็จลงสู่โลกหล้า พิโรธโกรธกริ้วแต่ไม่แยแส!โดยไม่คิดออมรั้ง ไม่เหลือทางถอย ฝั่ามือสีทองสองข้างตวัดวูบ คว้าจับหนามหยินทั้งสองแท่งอย่างหักโหม!สิ่งที่พิสดารที่สุด คือสองมือของจั่วม่อตวัดขึ้นเชื่องช้ามาก แต่ให้ความรู้สึกกดดันอย่างหนักหน่วงจนแทบสัมผัสได้ นี่คือพลังของค่ายกลบนปลอกแขน…ค่ายกลสามหมื่นจิน!ในเวลาเดียวกัน รองเท้าท่องลมระดับสามก็สาดแสงเรื่อเรืองอย่างเงียบเชียบสองมือของจั่วม่อตะปบใส่หนามหยินสองแท่งเพี๊ยะ เพี๊ยะ เสียงระเบิดดังสดใส หนามหยินคล้ายถูกค้อนหวดใส่ ระเบิดออกเป็นปราณหยินซัดสาดออกไปรอบๆ จั่วม่อก็ไม่ได้มีสภาพดีเท่าใดนัก สองมือสั่นระริก สิบนิ้วปวดแปลบจับใจ วัชรสูตรน้อยในร่างแทบจะแตกสลาย แต่มันทราบดีว่านี่ไม่ใช่เวลาจะมาผ่อนคลาย ได้แต่ขบกรามฝืนอดทนยืนหยัด!รองเท้าท่องลมระดับสามสว่างวาบ ค่ายกลท่องลมกับค่ายกลเดินหนเริ่มสำแดงฤทธิ์ขึ้นพร้อมกัน จั่วม่อหายวูบดุจเงาภูตพราย สลับเท้าหมุนตัวติดต่อกัน ยืดระยะห่างออกจากภูตหยินในพริบตา!พอพ้นระยะวิกฤติ จั่วม่อหอบหายใจอย่างหนักหน่วง จ้องภูตหยินที่อยู่ตรงหน้าไม่ให้คลาดสายตาเป็นการแลกเปลี่ยนกระบวนท่าเพียงชั่ววูบ แต่อันตรายถึงตาย จั่วม่ออกสั่นขวัญแขวน แทบจะไม่รู้สึกตัวว่าเมื่อสักครู่ผ่านพ้นมาได้อย่างไร หัวใจเต้นกระหน่ำดุจกลองอันหนักหน่วง ก่อนหน้านี้ฉุกละหุกเร่งร้อน ยังไม่ทันมีเว