รารถนาที่จะฉีกเจ้าบ้านี่เป็นหมื่นชิ้น เร่งรัดว่า “ว่าต่อไป”“ลองนึกดู ในเมื่อยามนี้พลังปราณของเจ้ารุดหน้าช้าลง เจ้าสามารถแก้ปัญหาได้ด้วยสองวิถีทางที่แตกต่างกัน” ริมฝีปากบางของผูเยาบิดเป็นเส้นโค้ง “ทางแรกคือแก้จากรากฐาน เดิมทีร่างกายมนุษย์เยี่ยงเจ้าประหนึ่งค่ายกลที่สมบูรณ์อยู่แล้วชุดหนึ่ง แต่แล้วเมื่อลักษณะหนึ่งมีความเปลี่ยนแปลง เช่นนั้นก็ย่อมแน่นอนว่าส่วนหนึ่งของค่ายกลก็ต้องเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย เจ้าแค่จำเป็นต้องค้นหาสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงเท่านั้นเพื่อสามารถแก้ไขค่ายกลใหม่ให้ถูกต้อง สาเหตุนี้ก็จะได้รับการแก้ไขอย่างง่ายดาย”“แล้วจะค้นหาสาเหตุได้อย่างไร?” จั่วม่อต้องยอมรับว่าสิ่งที่ผูเยากล่าวมา ฟังดูเข้าทีและสมเหตุสมผลมาก“เจ้าถามข้าแล้วข้าจะไปถามใคร? แต่จะอย่างไรเจ้าต้องเริ่มจากค่ายกลยันต์เวทสำหรับวิชาค่ายกล พวกเจ้าเหล่าซิวเจ่อมีฝีมือกว่าพวกเราอสูรปิศาจมาก” ผูเยากล่าวพลางสั่นศีรษะกล่าววาจาอยู่เป็นนานสองนาน ที่กล่าวมาล้วนไร้ประโยชน์! จั่วม่อในใจเดือดดาลปานไฟลุกโหม!“แทนที่จะเสียเวลาบ่นเรื่องที่เกิดขึ้นไปแล้ว เจ้าเริ่มต้นศึกษาหาวิธีแก้ไขเร็วๆ เสียไม่ดีกว่าหรือ” ผูเยากล่าวพลางลอบยิ้มประโยคนี้ดับไฟโทสะในใจจั่วม่อทันที ผูเยากล่าวไม่ผิด นั่นคือทั้งหมดที่ควรทำในตอนนี้ เรื่องก็เกิดไปแล้ว มัวแต่บ่นว่าก็เป็นแค่การเสียเวลาเปล่าเท่านั้น มันเงยหน้าขึ้นถาม “เช่นนั้นอีกทางหนึ่งเล่า?”“อ้อ นั่นยิ่งง่ายด