มมาด้วยเรื่องน่าเป็นห่วงในภายหลังทุกที“โชคของเจ้าไม่เลวเลย ที่มาพบกับข้า” ผูเยากลับสู่ท่วงท่าเกียจคร้าน “ไม่ใช่ว่าข้าบอกกับเจ้าไปแล้วหรือ อสูรปิศาจสามารถดูดซับและกลั่นกรองปราณธรรมชาติได้ด้วยตัวเอง เนื่องจากค่ายกลในร่างกายของพวกมัน และบังเอิญว่าลวดลายค่ายกลตามธรรมชาติเหล่านี้ ข้าพอจะล่วงรู้อยู่บ้าง”“หากมีสิ่งที่ดีถึงเพียงนั้น เหล่ายอดฝีมือจะปล่อยให้หลุดรอดไปได้อย่างไร?” จั่วม่อไม่ค่อยเชื่อเรื่องนี้นัก ควรทราบว่าอสูรปิศาจที่ถูกซิวเจ่อจับกุมได้มีจำนวนนับไม่ถ้วนหากมีลวดลายค่ายกลลี้ลับดังที่ว่าอยู่บนร่างกายอสูรปิศาจจริง ก็สมควรถูกค้นพบมาตั้งนานแล้ว“ฮ่า!” ผูเยาแย้มยิ้มเย้ยหยัน “ผู้ใดว่าพวกมันปล่อยให้หลุดรอด? พวกมันเพียรพยายามตกปลาตัวนี้มานานแล้ว แต่น่าเสียดาย ฟั้าดินมอบสิ่งนี้ให้แก่พวกเรา อาจไม่ต้องการให้อสูรปีศาจของเราสูญพันธุ์ไป! ว่าอย่างไร เจ้าต้องการลองดูหรือไม่?”“สามารถเพิ่มพลังเท่าใด? มีผลข้างเคียงหรือไม่? จะขัดแย้งกับเคล็ดวิชาเดิมหรือไม่?” จั่วม่อถามรัวเป็นชุด“ฮี่ฮี่ เพิ่มพลังได้เท่าใดขึ้นอยู่กับร่างกายของเจ้า แต่อย่างน้อยสมควรดีกว่าตอนนี้หลายเท่า ผลข้างเคียง? แน่นอนว่าคงจะมีบ้าง ในโลกนี้มีสิ่งใดได้แต่ประโยชน์โดยไร้ผลข้างเคียง? กำไรหรือขาดทุน หลักเหตุผลง่ายๆ นี่คงไม่ต้องให้ข้าสอนเจ้ากระมัง ส่วนการฝึกปรือเคล็ดวิชาเดิม นั่นไม่มีผลกระทบ ไม่มีผลกระทบอย่างแน่นอน” ผูเยากล่าวอย่างเฉียบขา