่ ย่อมไม่กล้าเสนอตัวออกไปต่อสู้อย่างแน่นอนสายตาของพวกมันที่มองไปยังจั่วม่อพลันแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง เต็มไปด้วยความยกย่องยำเกรง แน่นอนว่ายังมีความอิจฉาริษยาปะปนอยู่บ้างจั่วม่อส่ายศีรษะ “ข้าไหนเลยจะเทียบกับศิษย์พี่ของข้าได้” ในใจมันแตกตื่นไม่น้อยฉางเหิงเพียงมองดูก็สามารถบ่งบอกระดับพลังฝีมือของมันได้ทันที พลังฝีมือของอีกฝั่ายเกรงว่าไม่ธรรมดาเป็นอย่างยิ่ง“ไม่จำเป็นต้องถ่อมตัวเกินไป” ฉางเหิงโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ “อีกไม่นานข้าย่อมไปเสาะหาเหวยเสิ้งเอง”เห็นอีกฝั่ายกล่าวถึงศิษย์พี่เหวยเสิ้งอย่างเฉื่อยชา จั่วม่อในใจขุ่นข้องอยู่บ้าง ต้องแค่นเสียง “รับมือข้าเสียก่อนค่อยกล่าววาจาเช่นนี้”ฉางเหิงส่ายศีรษะ “เจ้าไม่ใช่คู่มือข้า”“ยังไม่ทันได้ลองจะทราบได้อย่างไร?” จั่วม่อโต้แย้งอย่างไม่พอใจ“อีกเพียงก้าวเดียวข้าจะทะลวงเข้าสู่ด่านหนิงม่าย” ฉางเหิงเอ่ยเบาๆ แต่ถึงกับทำให้จั่วม่อไร้คำพูดจะกล่าว จั่วม่อได้แต่ยอมรับว่าวาจาของฉางเหิงไม่มีอันใดให้คัดค้านระดับพลังบำเพ็ญเพียรระหว่างพวกมันห่างชั้นกันเกินไป แม้พลังบำเพ็ญเพียรของมันจะรุดหน้าอย่างบ้าคลั่ง แต่จะอย่างไรเวลานี้ก็ยังคงอยู่ที่ด่านจู้จีขั้นสี่ อีกฝั่ายเมื่อกำลังจะเข้าสู่ด่านหนิงม่าย ย่อมอยู่ที่จุดสุดยอดของด่านจู้จีขั้นสิบ ทั้งยังอยู่ในขั้นที่สิบมาเป็นเวลาพอสมควรอีกด้วยแม้ว่าครั้งที่จั่วม่อยังอยู่ในด่านเลี่ยนชี่ มันก็เคยข้ามขั้นเอาชนะซิวเจ่อด่านจู้จ