้องตลาดในขณะนั้น จั่วเซียนเซิงเห็นเป็นอย่างไร?”ราคานี้นับว่าดีมากแล้ว จั่วม่อขบคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนผงกศีรษะ “ดี”จากนั้นถามอย่างฉับพลัน “แล้วราคาของบุปผาแดงคะนองระดับสองเป็นเท่าใด?”ในทุ่งปราณของมันยังสามารถผลิตบุปผาแดงคะนองระดับสองออกมาจำนวนหนึ่ง แต่ไม่ได้มากมายกระไรนัก“ห้าสิบชิ้นจิงสือระดับสามต่อหนึ่งเหลี่ยง” เหอหยงตกตะลึงอยู่บ้าง แต่เมื่อนึกถึงความจริงที่ว่าอีกฝั่ายเป็นเกษตรกรปราณ มันก็กล่าวเพิ่มเติมว่า “หากมีบุปผาแดงคะนองระดับสอง ผู้น้อยก็ยินดีรับซื้อทั้งหมดเท่าที่มี”“อืม”จากนั้นจั่วม่อไต่ถามเกี่ยวกับตลาดของสมุนไพรปราณและโอสถปราณทุกชนิด เหอหยงเห็นได้ชัดว่ารอบรู้กว้างขวาง ประสบการณ์โชกโชน มันแทบจะรายงานราคาของสมุนไพรปราณได้ทุกชนิด โดยไม่ต้องเสียเวลาขบคิด หลั่งจากนั้นพวกมันได้ร่างสัญญาข้อตกลง และแลกเปลี่ยนรอยประทับวิญญาณกัน รอยประทับวิญญาณคือการประทับรอยวิญญาณของตนทิ้งไว้ในม้วนหยกเปล่า วิธีนี้ทำให้พวกมันติดต่อสื่อสารกันสะดวกขึ้นด้วยรอยประทับวิญญาณนี้ นกกระเรียนกระดาษสามารถตามหาอีกฝั่ายได้อย่างง่ายดายดังนั้นสามารถติดต่อสื่อสารได้อย่างสะดวกดายจั่วม่อยังไม่สามารถใช้ข้อความกระบี่บิน จึงได้แต่ใช้นกกระเรียนกระดาษก่อนหน้านี้ นอกจากแม่นางกระเรียนกระดาษแล้ว จั่วม่อโดยปกติไม่เคยใช้นกกระเรียนกระดาษสื่อสารกับผู้ใด นกกระเรียนกระดาษมีต้นทุนเงินทองไม่น้อย ที่ผ่านมาด้วยสถานการณ์ของมัน ย่อมไม่อาจท