าไม่สมควรกล่าวอันใด ท่านเจ้าสำนักก็ไม่กล่าววาจาแม้แต่คำเดียว เพียงโบกมือเป็นสัญญาณให้เหล่าศิษย์ออกไป“เหตุการณ์คราวนี้ใหญ่โตเกินไป” เผยเหยียนหรานถอนหายใจลึก “อาณาจักรนภาจันทร์เกรงว่าจะไม่สงบอีกแล้ว”อีกสามคนเงียบกริบ ครู่หนึ่ง หยานเล่อค่อยกล่าวด้วยใบหน้าวิตกกังวล “เราต้องวางแผนล่วงหน้า เหวยเสิ้งพรสวรรค์เด่นล้ำ ยากจะพบพานในรอบร้อยปี เราต้องหาทางให้มันบรรลุด่านจินตันโดยเร็วที่สุด มิเช่นนั้น…”ทุกผู้คนล้วนเข้าใจสิ่งที่มันไม่ได้กล่าวออกมา อัจฉริยะผู้หนึ่ง ไม่ว่าจะมีพรสวรรค์สักเท่าใด ก่อนที่พวกมันจะเติบโตเต็มที่ พวกมันยังคงเปราะบางยิ่ง การจะสังหารซิวเจ่อด่านจู้จีที่พิเศษเหนือผู้ใด เพียงต้องการซิวเจ่อด่านหนิงม่ายระดับทั่วไปสักคนเท่านั้นดังนั้นอัจฉริยะเหล่านี้ย่อมจำเป็นต้องมียันต์เวท ต้องมียุทธภัณฑ์เวท…“อนิจจา เดิมทีข้าต้องการให้เหวยเสิ้งวางรากฐานที่แข็งแกร่งมั่นคง นึกไม่ถึง เวลาไม่คอยท่าผู้ใด!” เผยเหยียนหรานถอนหายใจหนักหน่วง มันขบคิดครู่หนึ่ง ค่อยกล่าวอย่างเฉียบขาดว่า “ในเวลาที่ไม่ปกติ เราก็จำเป็นต้องกระทำการอย่างไม่ปกติเช่นกันพวกเจ้าทุกคน จงรวบรวมเรี่ยวแรงอำนาจทั้งหมดเพื่อช่วยเหลือเหวยเสิ้ง”ซินหยานกับหยานเล่อพยักหน้ารับโดยพร้อมเพรียง สือฟั่งหรงลังเลวูบหนึ่ง ก่อนจะถาม “แล้วจั่วม่อเล่า?”เผยเหยียนหรานกล่าวอย่างอับจนปัญญา “จั่วม่อเองก็พรสวรรค์โดดเด่น หากเป็นสำนักอื่น ย่อมต้องประคบประหงมเลี้ยงด