ษร้ายในตัวไม่ผิดอันใดกับแมงปั่องอสรพิษ หากผู้ใดไม่ระวัง จะตกอยู่ในกำมือนาง จั่วม่อเห็นนางหัวร่ออย่างไร้ความปราณีเมื่อศิษย์ร่วมสำนักเสียท่า จึงไม่มีความประทับใจที่ดีต่อนางแม้แต่น้อย“อ้อ” ใบหน้าจั่วม่อไม่มีสิ่งใดเปลี่ยน รวมกับท่าเอียงคอ ซ้ำยังเหลือกตา เป็นเรื่องยากสำหรับผู้อื่นที่จะคาดเดาจิตใจมันเถาซูเอ๋อร์รู้สึกคันหัวใจยากจะเกา การตอบสนองที่ไม่แยแสสนใจเช่นนี้ ทำให้นางไม่ทราบจะกล่าวกระไรดีแต่นางก็ไม่ใช่บุคคลสามัญ ยามนั้นก้าวถอยหลังกลับ เผยให้เห็นศิษย์พี่อีกสองคนกล่าวว่า “นี่คือศิษย์พี่เหวินเฟยกับศิษย์พี่หมิงเต้า ทั้งสองท่านเป็นยอดฝีมือที่แท้จริงในพรรคอัจฉริยะปราณเรา และเป็นบุคคลที่น้องสาวผู้นี้เลื่อมใสมาก มาในครั้งนี้…”เหวินเฟยกับหมิงเต้าได้ยินวาจานาง ทันใดนั้นอดไม่ได้ต้องเชิดหน้ายืดอกขึ้น เห็นได้ชัดว่าภาคภูมิใจมาก“หากเจ้ามาเพื่อต่อสู้ เช่นนั้นก็ลงมือเถอะ” จั่วม่อเอ่ยขัดจังหวะนางกลางครัน“อย่างไรก็ตาม ภูเขาสุญตาเราไม่ใช่ที่ที่ใครนึกจะมาก็มา นึกจะไปก็ไป ขอกล่าววาจาไม่น่าฟังเสียก่อน ผู้ใดพ่ายแพ้ต่อข้า ข้าจะริบยุทธภัณฑ์เวทของมันหนึ่งชิ้น เพื่อพิสูจน์ชื่อเสียงอันเกรียงไกรของสำนักเราคำเหล่านี้กล่าวได้น่าฟังและเที่ยงธรรมยิ่ง เหล่าศิษย์สำนักสุญตาทั้งหมดล้วนปรบมือโดยพร้อมเพรียงบุรุษทั้งสองได้ฟังเช่นนี้ สีหน้ากลับกลายเป็นขุ่นเคืองเหวินเฟยสวมใส่อาภรณ์เขียวสลับขาว บนศีรษะโพกผ้าสีเขียวอ่อน หล่อเห