เลิกราจนตัวงอ ในใจลอบยิ้มเยาะ เจ้าสองคนนี้แน่นอนว่าไม่ได้เอะใจในสิ่งที่เกิดขึ้นสักนิดเดียว แข็งตัวในฉับพลัน ไร้สุ้มเสียงอย่างสิ้นเชิงปราศจากเค้าลางล่วงหน้า ไม่ว่าผู้ใดก็…พอคิดออก มันก็สงบใจลง แสร้งตวาดด้วยโทสะ “หูซาน เจ้ามิใช่โหยหางูหลามสามตาสีน้ำเงินของข้าหรอกหรือ? หากเจ้านำกระบี่หยดน้ำกลับมาให้แก่ข้าได้ ข้าจะมอบงูหลามสามตาให้แก่เจ้า!”หูซานไม่หัวร่ออีกต่อไป มันเอียงคอ มองเอี้ยนหมิงจื่ออย่างจริงจัง “เจ้าพูดจริงๆ?”เอี้ยนหมิงจื่อในใจลอบหัวร่อเย้ยหยัน แต่ฉากหน้าผงกศีรษะทันควัน “แน่นอน มีเถาซูเอ๋อร์เป็นพยาน ข้ายังจะบิดพลิ้วอันใดได้?”“ตกลง!” หูซานสูดหายใจอย่างแช่มชื่น “เหล่าเอี้ยน เจ้าไม่สามารถเอาชนะสวะเช่นนี้ได้ แสดงว่าฝีมือเจ้าย่ำแย่ลงจริงๆ เจ้าต้องฝึกปรือให้มากกว่านี้ มิเช่นนั้นเมื่อข้าพาเจ้าออกไปก่อเรื่อง เจ้าจะไม่ทำให้พรรคอัจฉริยะปราณของเราเสื่อมเสียหน้าอีกหรือ?”เอี้ยนหมิงจื่อเกลียดวาจาหยาบคายของหูซานจับใจ ในใจมันภาวนาให้จั่วม่อทุบตีหูซานจนเป็นเนื้อบด แต่ปากกล่าวว่า “รอเจ้านำกระบี่หยดน้ำคืนมาเสียก่อนเถอะ ค่อยมากล่าววาจาไร้สาระ”หูซานก้าวไปเบื้องหน้า ยิ้มกว้างไปยังจั่วม่อ “เจ้าหนู เจ้าน่าสนใจจริงๆ! หากเจ้ายอมเชื่อฟัง คืนกระบี่หยดน้ำมาเสียดีๆ ข้าจะปล่อยเจ้าไป!”ชิ้นเนื้อติดมันส่งมาถึงปาก ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะถุยออกไป จั่วม่อคร้านจะตอบโต้กับหูซาน เพียงกวาดตามองประเมินอีกฝั่ายขึ้นๆ ลงๆ อย