้าแส่ติดตามมา”น้ำเสียงเย็นยะเยือก แม้จะหัวร่อ แต่ไม่มีร่องรอยของอารมณ์ความรู้สึก หากจั่วม่อยังมีสติอยู่ มันสามารถระบุได้ทันทีว่านี่คือเสียงของผูเยา จั่วม่อผู้น่าสงสาร ในสถานการณ์เมื่อสักครู่นับว่าเฉียดตายเพียงองคุลีเดียว ผูเยาในที่สุดอดยื่นมือเข้าช่วยเหลือไม่ได้ท่วงท่าของหลินเชียนไม่สั่นไหว คล้ายระวังปั้องกัน คล้ายรักษาระยะที่เหมาะสมด้วยพลังสภาวะเช่นนี้มันสามารถปลดปล่อยการโจมตีที่รุนแรงที่สุดได้ตลอดเวลา มันเอ่ยถามด้วยเสียงลึก “พลังฝีมือของผู้อาวุโสช่างน่าแตกตื่นสะท้านใจ แต่ไยไม่กล้าเปิดเผยโฉมหน้าที่แท้จริงให้ผู้คนได้เห็น?”ผูเยาจ้องมองหลินเชียน รอยยิ้มบนใบหน้ายิ่งมายิ่งเข้มข้นมากขึ้น “สหายน้อย วันนี้ข้าไม่มีเวลาเล่นเป็นเพื่อนเจ้า แต่ไม่ต้องกังวล เราจะพบกันอีกถ้ามีโอกาสในอนาคต” ที่กล่าวออกมาล้วนเป็นวาจาเหลวไหลไร้สาระ “ข้าชอบคนน่าสนใจ เจ้าน่าสนใจจริงๆ! ฮ่าฮ่า!”วาจายังไม่ทันจะกล่าวจบ เปลวไฟก็ลุกโชนจากเท้าหลินเชียนแวบแรกรีบถอยไปด้านหลัง จากนั้นตะโกนเรียก “ผู้อาวุโส รอประเดี๋ยว!”ผูเยาดวงตาสาดประกายดูแคลน พริบตาดุจประกายไฟ มันหายวับไปในอากาศหลินเชียนราวกับยกภูเขาออกจากอก ยืนอยู่ที่เดิม ถึงตอนนี้มันเพิ่งตระหนักว่าแผ่นหลังของมันเปียกชุ่มโดยไม่ทันรู้ตัว …นี่มันไม่ได้รู้สึกตึงเครียดถึงเพียงนี้มานานแค่ไหนแล้ว?ทันใดนั้น ดวงตามันส่องประกายวาบ แล้วมันก็หายวับไปในสายลมหลังจากที่หลินเชียนอันตรธานไป