้รับการต้อนรับจากกระบวนท่าที่ทรงพลังที่สุดของจั่วม่อ… เพลิงธาราผลาญฟั้า!ในเวลานี้เอง ทันใดนั้นสุ้มเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นขัดจังหวะ “ฮ่าฮ่า ไม่ต้องแปลกใจเลยว่าไฉนเหวินเถี่ยซ่านเหรินไม่เป็นที่นับถือ เพียงดูจากศิษย์ของมันก็เข้าใจได้”สีหน้าเซวียอวิ๋นแปรเปลี่ยนอย่างกะทันหัน ดวงตามืดครึ้ม ชะงักเท้า ตวาดดังสนั่น“นั่นใคร? วาจาเจ้าช่างน่ากลัวจริงๆ! ไฉนไม่กล้าออกมาเล่า? เอาแต่ซ่อนหัวหดหางเช่นนี้ยังกล้าดูหมิ่นผู้อื่นอีก?”“อาศัยเด็กน้อยเช่นเจ้า มีคุณสมบัติใดให้เหยียเหยีย*ออกไป?”(*เหยียเหยีย – ท่านปูั่)สุ้มเสียงนั้นเลือนราง เดี๋ยวมาเดี๋ยวหาย และไม่อาจทราบที่มาได้อย่างสิ้นเชิง เซวียอวิ๋นสุดท้ายก็หน้าเปลี่ยนสี ดวงตาทอแววตื่นตระหนก มันพยายามฟังอย่างจดจ่อ แต่ยังคงไม่ระแคะระคายแม้แต่น้อยว่าสุ้มเสียงมาจากที่ใด นั่นหมายความว่าพลังบำเพ็ญเพียรของอีกฝั่ายสูงส่งกว่ามันมากชั่วแวบที่เซวียอวิ๋นตะลึงลาน ทันใดนั้น เงาร่างสายหนึ่งโถมเข้าหาจั่วม่อในชั่วพริบตา!“เจ้ากล้า!” เสียงตวาดโกรธแค้นดังขึ้นรอบด้านอย่างพร้อมเพรียงกระบี่เปล่งประกายวาบ ลำแสงเจิดจ้าหลายสายพุ่งออกมา กระบี่บินหลายเล่มทะลวงเข้าใส่เงาร่างนั้นเป็นจุดเดียว!คนเหล่านี้พลังฝีมือสูงล้ำ ล้วนแล้วแต่น่าแตกตื่นสะท้านใจ แม้เปั้าจู่โจมไม่ใช่ตัวมันแต่ลำแสงปราณกระบี่ที่แฝงไว้ด้วยเจตจำนงกระบี่อันเฉียบคม ยังสะกิดใส่จั่วม่อจนผิวหนังเจ็บแปลบ ในใจมันทั้งพรั่นพรึง ทั้งตะล