ล้ว แย่แล้ว”เผยเหยียนหรานขมวดคิ้วไม่พอใจ ถามเสียงลึก “เจ้าตื่นตระหนกอันใด?”เห็นท่านเจ้าสำนักไม่พอใจ ศิษย์ผู้นั้นยิ่งหวาดกลัวกว่าเดิม กล่าวตะกุกตะกัก “ท่านเจ้าสำนัก! ศิษย์พี่จั่วม่อ…ศิษย์พี่หมดสติไปแล้ว!”ฟังถึงตอนนี้ สือฟั่งหรงผุดลุกขึ้นทันที“เกิดเรื่องอันใด? ค่อยๆ เล่ามา!” เผยเหยียนหรานตวาดหนักๆ สุ้มเสียงของมันยังบรรจุ ‘มนตราสำเนียงกระจ่าง’ เข้าไปด้วย ทุกผู้คนรู้สึกจิตใจกลายเป็นสงบและแจ่มชัดพวกมันอดทอดถอนชมเชยพลังฝึกปรือของเผยเหยียนหรานไม่ได้เมื่อสดับเสียงตวาด จิตใจของศิษย์ฝั่ายนอกผู้นั้นพลันสงบลง คำพูดของมันกลับเป็นชัดเจนและเรียบร้อย “คาดว่าศิษย์พี่จั่วม่อหักโหมหลอมกลั่นโอสถมาหลายวันโดยไม่ยอมพักผ่อน ร่างกายจิตใจมันอ่อนล้าอยู่แล้ว พอศิษย์นี้รายงานไปยังศิษย์พี่ตามที่ท่านเจ้าสำนักสั่ง ศิษย์พลันได้ยินเสียงกรีดร้องดังมาจากในห้องหลอมกลั่น ทดลองเรียกอยู่หลายครั้งก็ไม่มีเสียงตอบ ศิษย์พี่หญิงสวี่ฉิงจึงเปิดประตูเข้าไป และพบว่าศิษย์พี่จั่วม่อนอนไม่ได้สติอยู่บนพื้น เท่าที่ศิษย์เห็น ผิวพรรณของศิษย์พี่ดูหมองคล้ำ ซีดเซียวเป็นอย่างยิ่ง เกรงว่ามันคงไม่ได้ออกจากห้องหลอมกลั่นมาหลายวันแล้ว”ได้ยินเช่นนี้ สือฟั่งหรงพลันกล่าว “ทุกท่าน ขออภัยด้วย” จากนั้นนางเร่งมุ่งหน้าไปยังเรือนขิงหอมเผยเหยียนหรานรีบประสานมือไปยังเหล่าอาคันตุกะด้วยท่าทีขออภัย “ศิษย์น้องหญิงผู้นี้ห่วงกังวลกับศิษย์รักของนาง อาจเสียมารยาทไ