ปบ้าง ทุกท่านโปรดอย่าถือสานาง!”“เจ้าสำนักเผยไม่ต้องยึดถือเป็นจริงเป็นจังถึงเพียงนี้ หากสำนักของพวกเรามีอัจฉริยะเช่นนี้ พวกเราเหล่าผู้อาวุโส เกรงว่าคงไม่ต่างอันใดกับนาง” ผู้เฒ่าเหอกล่าวปนหัวร่อ ผู้อื่นล้วนพยักหน้าเห็นพ้อง“ใช่แล้ว สำนักของท่านช่างโชคดีจริงๆ ! ในสำนักข้ามีแต่ศิษย์ธรรมดาสามัญ ไม่เคยประสบความสำเร็จอันใด ทุกคราที่ข้าคิดถึงเรื่องนี้ ข้าถึงกับนั่งไม่ติด เกรงว่าไฟของสำนักจะดับมอดลงในรุ่นของข้านี่เอง อย่างนั้นข้าคงไม่มีหน้าไปพบท่านอาจารย์และบรรพชนในปรโลกแล้ว” เยวียนลี่อดสอดคำไม่ได้ฟังวาจาของเยวียนลี่ ทุกผู้คนล้วนเห็นใจอย่างสุดซึ้ง กระทั่งเผยเหยียนหรานยังเผยสีหน้าเข้าอกเข้าใจ ก่อนปรากฏเหวยเสิ้งกับจั่วม่อขึ้นมา มันกับเหล่าศิษย์น้องไยมิใช่รู้สึกเช่นเดียวกันกับเยวียนลี่“เจ้าสำนักเผย” ผู้เฒ่าเหอกล่าวอย่างครุ่นคิด เลือกเฟั้นถ้อยคำอย่างระมัดระวัง“เพียงเพิ่งเริ่มต้นร่ำเรียนวิชาหลอมกลั่น ก็สามารถหลอมกลั่นโอสถปราณอันโดดเด่นเช่นเม็ดยาอีกาทองคำสำเร็จ ศิษย์ของสำนักท่านผู้นี้นับว่ามีพรสวรรค์เป็นพิเศษในด้านหลอมกลั่น เราผู้เฒ่าไม่ค่อยได้พบเห็นเรื่องเช่นนี้มาหลายปีมากแล้ว” จากนั้นมันทอดถอนคราหนึ่ง “หลายสิบปีมานี้ เราผู้เฒ่าได้พบเห็นอัจฉริยะที่เด่นล้ำมากมาย อย่างไรก็ตาม ยิ่งแก่เฒ่าลง ก็ยิ่งพบว่าทุกสิ่งทุกอย่างคล้ายซ้ำรอยเดิมเสมอ เมื่อมีพรสวรรค์ ก็เร่งรีบ ร้อนรน พยายามจะรีดเค้นพรสววรค์นั้นออกม