อย่างชัดเจนหลังจากผ่านไปสามชั่วยามเต็ม เฉดแสงสนธยาลำสุดท้ายทาบทอลงบนใบหน้าดำคล้ำของจั่วม่อ“นี่หรือ…ที่เรียกว่าจิงสือไหลมาเทมา? นี่คือสิ่งที่เจ้าคุยโตว่าดีหนักดีหนา? นี่หรือที่บอกว่าได้คืนทั้งต้นทั้งดอก? ไข่มุกหยินอันทรงเกียรติ!” จั่วม่อคาดคั้นหาคำตอบจากผูเยาอย่างหม่นหมอง ตลอดทั้งบ่ายไม่มีผู้ใดชายตามองไข่มุกหยินของมันเลย จนถึงขณะนี้ยังขายไม่ออกแม้แต่เม็ดเดียว ประเดี๋ยวมันยังต้องจ่ายค่าเช่าห้องน้อยนี้อีกต่างหากผูเยายังคงตะลึงงัน มันอึกอักอยู่ครึ่งค่อนวัน กลับไม่ทราบจะกล่าวอันใดออกมาผ่านไปเนิ่นนานค่อยรู้สึกตัว ผูเยาใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่เชื่อถือ ทันใดนั้นก็โบกมืออย่างฉุนเฉียว “จะเป็นไปได้อย่างไร? นี่คือไข่มุกหยิน! ไข่มุกหยินเชียวนะ! เพิ่งผ่านไปเพียงสามพันปี ผู้คนไม่ต้องการไข่มุกหยินอีกแล้วหรือไร?”เห็นผูเยาสูญเสียความเยือกเย็นของมัน จั่วม่อกลับไม่รู้สึกเสียใจเท่าใดแล้ว และเริ่มยอมรับความเป็นจริงอันโหดร้ายนี้ได้ มันแค่นเสียงเย็นชา “เฮอะ ต่อไปภายหน้าอย่าได้ทำท่าเป็นอสูรฟั้าผู้สูงส่งแล้ว แหกตามองดูยุคสมัยเสียบ้าง หึ อสูรฟั้า! ผ่านไปสามพันปีอย่างพวกเจ้าก็เป็นแค่ซากเก่าแก่โบร่ำโบราณเท่านั้นละ คร่ำครึล้าสมัยแล้ว! เข้าใจหรือไม่? เจ้าทำให้ข้าหลงตื่นเต้น ฮึ่ม เอาไว้รอเกอมีลูกชายจะเอาไว้ให้มันใช้เล่นดีดลูกแก้ว”ผูเยาสีหน้าหงอยเหงาเซื่องซึม เห็นได้ชัดว่าเรื่องนี้กระทบกระเทือนมันอย่างรุนแรงในเวลาน