ายถึงเพียงนี้ ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งต่างหาก จะอย่างไรเป็นเพียงสถานที่เล็กๆ หากต้อนรับไม่ทั่วถึง มีอันใดขาดตกบกพร่องไปบ้าง ยังหวังว่าจะให้อภัย”(*นางเซียนเมฆอรุโณทัย, เซียนจื่อ-นางเซียน อวิ๋น-เมฆ เสีย-แสงที่ปรากฏบนท้องฟั้าในยามที่พระอาทิตย์กำลังขึ้นและกำลังตก)“สหายเต๋ากล่าวอันใด อย่าได้ใส่ใจเรื่องเล็กน้อยนี้เลย” ทุกผู้คนโบกมือทักทายอย่างเป็นกันเองเทียนซงจื่อสีหน้าท่าทีวิตกกังวล ขณะที่กล่าวสืบต่อ “ไม่ขอปิดบังทุกท่าน ตั้งแต่เกิดนิมิตแห่งฟั้าดิน ดาวพร่างกลางทิวา หัวใจข้ารู้สึกไม่มั่นคงมาโดยตลอด ข้าอาจล่วงรู้ไม่มาก แต่ยังทราบว่านี่ไม่ใช่สัญญาณที่ดีอันใด วันนี้เมื่อพวกท่านมาแล้ว ข้าก็โล่งใจขึ้นมาก”“ท่านไม่ต้องกังวล” นางเซียนอวิ๋นเสียปลอบโยน “ท่านปรมาจารย์เยวียนเชี่ยวชาญในด้านการตรวจจับและมีความรู้สึกเฉียบไวต่ออสูรปิศาจเป็นอย่างยิ่ง ย่อมสามารถหาที่หลบซ่อนของพวกมันพบ”กล่าวถึงตรงนี้ ปรมาจารย์เยวียนรีบกล่าวถ่อมตน “นางเซียนอวิ๋นเสียชมเชยเกินไป”หวีปั๋ายยืนนอบน้อมอยู่ด้านข้าง ในใจตะลึงพรึงเพริด ผู้คนที่นั่งอยู่ที่นี่ล้วนมีพลังบำเพ็ญเพียรสูงส่งสุดยอด ผู้ที่ดึงดูดความสนใจของมันที่สุด คือแม่นางน้อยที่นั่งก้มหน้าอยู่ท้ายแถว นางดูเหมือนเกือบจะอยู่ในวัยเดียวกันกับมัน แต่พลังบำเพ็ญเพียรของนางกลับลึกล้ำจนหยั่งไม่ถึง มันผู้เคยถือดีในความสำเร็จของตน เวลานี้ในใจรู้สึกไม่มีรสชาติโลกใบนี้ช่างเต็มไปด้วยอัจฉร