ิยะมากมายอย่างแท้จริง!สภาพของผูเยาดูย่ำแย่ถึงที่สุดมันนั่งอยู่บนปั้ายหินสุสาน ใบหน้าซีดเผือด ท่าทีอ่อนล้าหม่นหมองราวกับแสงตะเกียงริบหรี่ จั่วม่อแตกตื่นจนขวัญบิน ผูเยาผู้อยู่ยงคงกะพัน ไฉนจู่ๆ ก็มีสภาพน่าสังเวชถึงปานนี้?จั่วม่อค่อยๆ ย่องเข้าไปใกล้ “ผู เกิดอันใดขึ้นกับเจ้า?”ผูเยาลืมตามองจั่วม่อ น้ำเสียงสงบยิ่ง ท่าทีเชื่อมั่นเหมือนเช่นทุกครั้ง ย้อนถามว่า“แล้วจะให้เกิดอันใดเล่า?” จั่วม่อสังเกตเห็นว่าดวงตาสีแดงเลือดอันทรงเสน่ห์ของผูเยาดูซีดจางกว่าปกติมาก แม้แต่เสียงยังฟังดูอ่อนแอกว่าเดิมแต่ด้วยเหตุผลบางประการ เมื่อได้ยินสุ้มเสียงอันเปียมไปด้วยความเชื่อมั่นของผูเยาจั่วม่อรู้สึกมั่นคงกว่าเดิม“จิงสือไม่เพียงพอใช่หรือไม่?” จั่วม่ออดถามอย่างกังวลไม่ได้ มันไม่ทราบว่าไฉนมันห่วงกังวลต่อผูเยา หากกล่าวให้ถูกต้อง ผู้อื่นเป็นอสูรปิศาจ ยิ่งตายไปเร็วเท่าใดก็ยิ่งดี แต่พอเห็นผูเยาในสภาพนี้ จั่วม่อยังอดไถ่ถามไม่ได้เงยหน้าขึ้น มองหน้าจั่วม่ออีกครั้ง ผูเยาดูเหมือนประหลาดใจกับคำถามของจั่วม่อ“อยากช่วยเหลือข้า?” ผูเยาเลิกคิ้ว“อืม” จั่วม่อรับคำอย่างคลุมเครือ เมื่อเคยเจ็บมาหลายครั้ง มันย่อมฉลาดขึ้นมาไม่น้อยผูเยาทันใดนั้นก็แย้มยิ้ม “ข้าจะพาเจ้าไปยังที่แห่งหนึ่ง”กล่าวจบก็นำจิงสือออกมาจำนวนหนึ่ง บนพื้นดิน มันเริ่มสร้างค่ายกลยันต์ที่จั่วม่อไม่เคยพบเห็นมาก่อนจั่วม่ออาจไม่เคยเห็นค่ายกลยันต์ค่ายนี้ แต่กับจิงสือเหล่าน