ั้นมันกลับคุ้นตาเอามากๆนั่นมันไม่ใช่……มันตะปบบนร่างตัวเอง แล้วตาเบิกโพลง เจ้าเหรินเยาบัดซบ ฉกจิงสือข้าไปอีกแล้ว!ไม่ทันที่มันจะได้กล่าววาจา แสงสว่างเจิดจ้าวาบขึ้นอย่างฉับพลัน จั่วม่อหลับตาหลบแสงอย่างช่วยไม่ได้ เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ก็ต้องเหม่อมองอย่างตะลึงลาน“ผู ที่นี่ที่ใด?” จั่วม่อตะกุกตะกักถามเห็นเบื้องหน้ามีเพียงความมืดและเงาดำ สามารถรู้สึกถึงหินแกร่งเย็นเฉียบที่ใต้ฝั่าเท้า ไม่ไกลออกไปนักเป็นลำธารที่มีเลือดสีแดงสดไหลเวียน นี่มันนรกขุมใดกัน? จั่วม่อกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ กวาดตามองรอบข้างด้วยจิตใจเขม็งตึงเครียดผูเยาครวญครางอย่างสุขสบาย มันกางสองแขนแผ่กว้าง ใบหน้าดื่มด่ำมึนเมา ไม่เหลือเค้าเหี่ยวแห้งหม่นหมองแม้แต่น้อย“ถ้ำกระบี่” ผูเยากลับคืนสู่ท่วงท่าเกียจคร้านเฉื่อยชาของมัน ลิ้นสีแดงสดยืดยาวออกมา ดวงตาสีเลือดสว่างสดใสขณะเลียริมฝีปาก “ที่นี่มีดวงวิญญาณมากมาย อ้า ดวงวิญญาณอันแสนโอชะ!”“ถ้ำกระบี่?” จั่วม่อปากอ้าตาค้าง มันอาศัยอยู่ในสำนักกระบี่สุญตามาสองปี ย่อมเคยได้ยินได้ฟังตำนานเกี่ยวกับถ้ำกระบี่มาก่อน ศิษย์พี่เหวยเสิ้งไม่ใช่อยู่ในถ้ำกระบี่หรอกหรือ?มันไม่หวาดกลัวอีกต่อไป เหลียวมองซอกซอนไปรอบๆ อย่างกระหายใคร่รู้ ถามผูเยาเสียงค่อนข้างกังวลว่า “ศิษย์พี่เหวยเสิ้งก็อยู่ในถ้ำกระบี่ด้วย มันจะพบพวกเราหรือไม่?” หากพบเจอศิษย์พี่เข้าจริงๆ ต่อให้กระโดดลงแม่น้ำยังไม่อาจพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของมันไ