ษย์ฝั่ายนอกรู้สถานการณ์ พากันกระจัดกระจายไปดั่งนกแตกรังสวี่อี้ประสานมือมาทางจั่วม่อ กล่าวว่า “ศิษย์น้องอย่าตำหนิว่าข้ากระทำเกินเลยคนเหล่านี้ช่างเสียงดังหนวกหูเสียจริง”จั่วม่อรีบประสานมือคำนับตอบ “ขอบคุณท่านมาก ศิษย์พี่ ผู้น้องตาลายวิงเวียนแต่แรกแล้ว หากศิษย์พี่มาช้ากว่านี้อีกสักหน่อย เกรงว่าศิษย์พี่คงได้มาเก็บซากศพน้องชายผู้นี้แล้ว” จากนั้นหันไปคำนับทักทายกงซุนฉิงกับซวีอีเซี่ย “ต้าซือเจี่ย ซานซือเจี่ย!”“เฮะเฮะ เจ้าเป็นคนน่าเล่นจริงๆ !” ซวีอีเวี่ยในชุดเขียวหัวร่อร่าเริงจั่วม่อตื่นตัวและระมัดระวังสตรีที่ดูไร้เดียงสาผู้นี้อย่างลึกล้ำ ศิษย์พี่หญิงหลี่อิงฟั่งบอกว่านางได้รับม้วนหยกม้วนนั้นมาจากศิษย์พี่หญิงซวีอีเซี่ย ในเวลานั้นมอบม้วนหยกนั้นให้มัน เจตนาที่แอบแฝงอยู่ภายในยากจะบอกได้กงซุนฉิงแย้มยิ้มอบอุ่นเป็นเอง คำนับตอบพลางกล่าวว่า “ศิษย์น้องดูเหน็ดเหนื่อยไม่น้อย วันอื่นเราค่อยมาใหม่ดีหรือไม่?”“ศิษย์พี่หญิงกล่าวอันใด มา มา มา ทุกท่านเชิญเข้า ลองมาลิ้มรสชาของข้าบ้าง”จั่วม่อรีบกล่าว แล้วหันเหให้เป็นเรื่องขบขัน “แต่ข้าไม่มีใบชาปราณเช่นศิษย์พี่ อย่าตำหนิข้าก็แล้วกัน”ทั้งหมดเริ่มเดินเข้าไปในหุบเขา เมื่อมองเห็นอาคมหวงห้ามที่พังทลายเกลื่อนพื้น แต่ละคนล้วนมีสีหน้าครุ่นคิด พวกมันย่อมเคยได้ยินเรื่องที่หลัวหลีแล่นมาท้าทายจั่วม่อที่หุบเขา เรื่องนี้แพร่สะพัดไปทั่วสำนักกระบี่สุญตาอย่างครึกครื้น จากนั้นห