วนนึกถึงการประลองที่พวกมันไม่มีผู้ใดได้ชัย ทั้งสามคนล้วนมีความคิดของตัวเองจั่วม่อไม่ได้แสดงสีหน้าใด อันที่จริงมันก็ไม่สามารถปันสีหน้าได้อยู่แล้ว ใบหน้าผีดิบดวงนี้ย่อมไม่อาจแสดงอารมณ์ได้แต่แรกเข้าไปถึงลานน้อยลมตะวันตก เห็นจั่วม่อกลับมา ห่านจะงอยเทาบนหลังคาก็ส่งเสียงร้องเรียกราวกับว่านางกำลังทักทาย เมื่อเพิ่งรอดตายกลับมา จั่วม่ออารมณ์ดียิ่ง จึงโบกมือทักทายนกตัวเมียของมันกงซุนฉิงเห็นการกระทำอันอ่อนเยาว์ของจั่วม่อ อดยิ้มกว้างไม่ได้ซวีอีเซี่ยเพียงแค่เหลือบมองแวบหนึ่ง เห็นมันเป็นเพียงห่านจะงอยเทาธรรมดาสามัญตัวหนึ่ง นางก็ละสายตา ดวงตาเป็นประกายมีร่องรอยดูถูก พาหนะของนางเป็นสัตว์ร้ายตาไฟสีทองระดับสาม โดดเด่นน่าเกรงขามเป็นที่สุด ในสายตาของนาง ห่านจะงอยเทาไม่ได้เป็นอะไรมากไปกว่าพาหนะของชาวชนบททั้งสี่นั่งลง จั่วม่อชงชากาหนึ่ง ทั้งสามคนแตะริมฝีปากเล็กน้อยก่อนจะวางถ้วยชาลงแน่นอนว่าจั่วม่อไม่ใส่ใจ สิ่งที่มันมีเป็นเพียงใบชาธรรมดาสามัญ ราคาย่อมเยาไปบ้างโดยปกติแล้วกระทั่งตัวมันเองยังไม่ดื่ม“ศิษย์น้องบรรลุเจตจำนงกระบี่ในสามเดือน ทำเอาข้าประหลาดใจอย่างแท้จริงศิษย์น้องเจ้าก็เหลือเกินจริงๆ ไม่ยอมแพร่งพรายแม้แต่น้อย ปล่อยให้ข้าคอยเป็นห่วงอยู่ตั้งนาน” สวี่อี้กล่าวอย่างยิ้มแย้มจั่วม่อรีบอธิบาย “นี่ไม่ใช่ว่าผู้น้องจงใจปกปิดไว้ แม้แต่ผู้น้องยังไม่เคยคิดว่าจะเป็นไปได้ กล่าวอย่างไม่อาย ตอนนั้นน้องชายผู้นี้ฝึ