เต็มไปด้วยการเยาะเย้ยดังก้องไปไกล ไม่ผิดอันใดกับแมวเย้าแหย่มุสิก เสียงหัวร่อดังประปรายทำให้หลัวหลีรู้สึกภาคภูมิใจ มันกระทั่งมีเวลามองไปยังห่าวหมิ่นอย่างสบายใจห่าวหมิ่นเห็นหลัวหลีมองนาง ก็ส่งสายตาหยาดเยิ้มกลับไปให้ทันทีหลัวหลีคล้ายได้รับกำลังใจอย่างใหญ่หลวง ตกลงใจว่าวันนี้จะทรมานเจ้าผีดิบน้อยที่น่ารังเกียจให้ถึงที่สุด!จั่วม่อไม่โต้ตอบ สองตามันเบิกกว้างจ้องหลัวหลีเขม็งเพิ่งลิ้มรสพลังอันเหนือชั้นของเคล็ดกระบี่เวิ้งว้าง มันไม่กล้าเผลอเรอแม้แต่แวบเดียว“เมื่อศิษย์น้องไม่โจมตี เช่นนั้นข้าไม่เกรงใจแล้ว” หลัวหลีแย้มยิ้มให้ห่าวหมิ่น พลางกล่าวเสียงเอื่อยเฉื่อยจั่วม่อม่านตาหดแคบลง มันเหมือนตั๊กแตนตัวหนึ่ง กระโจนพรวดไปทางขวาสุดแรงเกิด!ฟุั่บ!จั่วม่อรู้สึกแขนเย็นเฉียบ เศษผ้าชิ้นหนึ่งปลิวกระเด็นขึ้นฟั้า ปราณกระบี่เย็นเยียบน่าพรั่นพรึงสายหนึ่งชำแรกผ่านผิวหนังเข้าไปในร่าง!ปัง!จั่วม่อโถมตัวมาแรงเกินไป กระแทกเข้ากับพื้นหินอัคนีอย่างรุนแรง มันกัดฟันข่มกลั้นความเจ็บปวด ไม่มีเวลาสำรวจความเสียหายบนร่างกาย รีบม้วนกลิ้งแล้วตะกายขึ้นทรงผมหลุดลุ่ยยุ่งเหยิง เสื้อผ้ายับย่น หลุมใหญ่ปรากฏขึ้นบนไหล่ข้างซ้าย“เพลงกระบี่ของศิษย์น้องไปยังที่ใดแล้ว?” เสียงเย็นชาของหลัวหลีมีร่องรอยเยาะหยันฟุั่บ!จั่วม่อไหนเลยจะมีเวลาให้ครุ่นคิดอันใด มันโถมสุดชีวิตไปทางด้านข้างอีกครั้ง ในเวลาเดียวกันแขนเสื้อข้างขวาก็สะบัดปลิวขึ้นฟั้า!ปัง!