้นนี้นำไปยังที่ใด?”จั่วม่อผู้กำลังจมอยู่ในภวังค์ความคิด พลันถูกขัดจังหวะด้วยสุ้มเสียงไม่คุ้นหู ต้องเงยหน้าขึ้นมองอย่างขุ่นเคืองแต่ทันทีที่เงยหน้าขึ้น ทันใดนั้นก็ตะลึงลานในโลกบัดซบนี้…ไฉนถึงกับมีคนหล่อเหลากว่าเกอ?ความคิดนี้วาบขึ้นมาในใจโดยไม่รู้ตัวหล่อเหลา หล่อเหลากระไรปานนี้!บุรุษตรงหน้ามีส่วนสูงไล่เลี่ยกับมัน คิ้วหนาพาดเฉียงดุจกระบี่ ดวงตาแหลมคมสุกใสสง่าผ่าเผยถึงที่สุด สวมชุดขาว ท่วงท่าสบายๆ คล้ายไม่อินังขังขอบต่อสิ่งใด หากกล่าวว่าผูเยาหมดจดงดงามเหนือกว่าบุรุษ สะคราญกว่าสตรี เช่นนั้นความหล่อเหลาของคนผู้นี้ สมควรบอกว่าองอาจเลิศล้ำกว่าบุรุษทั้งปวง นี่เป็นครั้งแรกที่จั่วม่อพบเห็นผู้คนที่สามารถเปรียบเทียบกับผูเยาได้ในเรื่องรูปลักษณ์หน้าตาจั่วมองหันมามองตัวเอง ร่างผอมเกร็งประหนึ่งโครงกระดูก กางเกงขาดวิ่น หน้าผีดิบ……จู่ๆ มันก็รู้สึกไม่พอใจขึ้นมา ไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง!“เจ้าเป็นใคร? มาทำอะไรที่นี่?” จั่วม่อลากเสียง ชายตามองอีกฝั่ายด้วยหางตา ราวกับว่าสถานที่นี้เป็นสวนหลังบ้านมันกระนั้นคนผู้นั้นประสานมือคำนับ “น้องชายผู้นี้เรียกว่าหลินเชียน* เดินทางเที่ยวเล่นชมทิวทัศน์มาจนถึงที่นี่ แต่ข้าไม่รู้เส้นทาง ท่านพี่โปรดชี้แนะด้วย”หลินเชียน?* วิญูชนจอมปลอมสิไม่ว่า! จั่วม่อลอบนินทาในใจ(*แปลว่าถ่อมตัวแซ่หลิน จั่วม่อแอบด่าก็เพราะหล่อเด่นเท่าผูเยา ดันชื่อถ่อมตน)“เที่ยวเล่นชมทิวทัศน์?” จั่วม่อทวนคำ ลอบม