ช่นนี้ อดอยากรู้อยากเห็นไม่ได้ ก่อนหน้าที่ศิษย์พี่เหวยเสิ้งจะเข้าสู่ด่านจู้จี ศิษย์พี่หลัวหลีรั้งตำแหน่งยอดอัจฉริยะอันดับหนึ่งของสำนักมาโดยตลอด แม้กระทั่งศิษย์พี่เหวยเสิ้งยังเคยเป็นเพียงข้ารับใช้กระบี่ของหลัวหลี จั่วม่อกระหายใคร่รู้ยิ่งว่าที่แท้พลังฝีมือของหลัวหลีเก่งกาจถึงขั้นใด เห็นศิษย์พี่หญิงหลี่อิงฟั่งดูเหน็ดเหนื่อยอยู่บ้าง มันซาบซึ้งใจยิ่ง ประสานมือพลางกล่าวอย่างจริงใจ“ขอบคุณท่านมาก ศิษย์พี่หญิง”“นี่เป็นเพียงเรื่องบังเอิญที่ศิษย์พี่หญิงสามซวีอีเซี่ยกลับมา” หลี่อิงฟั่งกล่าว “ศิษย์น้องเจ้าต้องฝึกฝนให้ดี ไม่เพียงศิษย์พี่หญิงซวีอีเซี่ยกลับมาแล้ว ว่ากันว่าต้าซือเจี่ยกงซุนฉิง ก็กำลังจะกลับมาในเร็วๆ นี้ด้วย”“อืม ข้าจะพยายาม!” จั่วม่อรับคำอย่างอาจหาญหลี่อิงฟั่งกล่าวเตือนอีกสองสามประโยค ก่อนจะอำลาไปกลับเข้าไปในหุบเขา จั่วม่ออดใจไม่ไหว รีบประจุพลังปราณลงไปในม้วนหยกที่นั่นคล้ายว่าเป็นสนามรบในเหมืองใต้ดิน เห็นแสงสลัวรางและมืดมาก จั่วม่ออดขมวดคิ้วไม่ได้ ไม่ทราบว่าเป็นเพราะเคยชินกับแสงแดดมากเกินไปหรือไม่ แต่มันพบว่าที่จริงมันไม่ชมชอบสถานที่ใต้ดินอันมืดมนนี้เลย พยายามสะกดกลั้นความรังเกียจเดียดฉันท์ในใจ อารมณ์ของมันแปรเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วนี่สมควรเป็นเหมืองแร่ที่หลัวหลีดูแลรับผิดชอบศิษย์พี่หลัวหลีนิสัยเย็นชา ความสัมพันธ์กับศิษย์พี่คนอื่นก็ไม่ได้ดีงามเท่าใด การดูแลควบคุมเหมืองแร่ของสำนักเป็นภ