ัง? มันเหม่อมองไปยังมุมหนึ่งที่ไม่ไกลออกไปนัก …ไม่เห็นมีแผ่นเปั้าไม้ที่วาดเป็นรูปหลัวหลี!ก็ไม่ได้ฝันนี่นา… …“หนึ่งร้อยเม็ด…เม็ดละห้าสิบชิ้นจิงสือระดับสอง……” มันพึมพำดุจย้ำกับตัวเอง“ใช่แล้ว ศิษย์น้องเห็นว่าอย่างไร?” สวี่อี้ตึงเครียดเล็กน้อยโลกนี้บ้าไปแล้วกระมัง?จั่วม่อมองไปยังศิษย์พี่สวี่อี้ที่จดจ้องมันไม่คลาดสายตา พลางคิดอย่างโง่งม“ศิษย์น้องใช่ลำบากใจหรือไม่?” สวี่อี้เห็นจั่วม่อนิ่งงันไปนาน อดถามออกมาไม่ได้“ไม่ๆ ไม่ลำบากใจแม้แต่น้อย” สุ้มเสียงจั่วม่อฟังดูอ่อนแออยู่บ้าง ด้วยเหตุผลบางประการ มันไม่รู้ยินดีเท่าใดนัก บางทีอาจเพราะรู้สึกไม่สมจริงเกินไป!“ประเสริฐยิ่ง! ข้าทราบอยู่แล้วว่าศิษย์น้องยินยอมช่วยเหลือ” สวี่อี้แย้มยิ้ม ล้วงห้าชิ้นจิงสือระดับสามออกมายัดใส่มือจั่วม่อ “ห้าชินจิงสือระดับสามนี้ถือว่าจ่ายล่วงหน้าสุขภาพของศิษย์น้องสำคัญที่สุด อย่าได้หักโหมเกินไป ไม่จำเป็นต้องส่งมาพร้อมกันร้อยเม็ดในคราวเดียว อ้อ ให้เสร็จสิ้นการทดสอบของสำนักเสียก่อนก็ได้ ไม่ต้องรีบร้อน”จั่วม่อรับคำอย่างมึนงงมองศิษย์พี่สวี่อี้จากไปด้วยสีหน้าพึงพอใจเหลือล้น จั่วม่อยังซึมเซาไม่คลาย ผ่านไปครึ่งค่อนวันยังคิดไม่ตกว่านี่มันเรื่องอันใดผู้ใดสามารถบอกได้ว่าเกิดอะไรขึ้น?บางทีนี่อาจจะเป็นความฝันจริงๆ จั่วม่อคิดในใจ บางทีอึดใจถัดไปมันจะตื่นขึ้นมาแล้วทุกสิ่งในมือจะหายวับไปในพริบตา“ศิษย์หลานอยู่หรือไม่?”เสียงอาจารย์ลุงหย