“กฎพรรค์นั้นก็มีด้วย?”หลี่อิงฟั่งอธิบายว่า “เป็นเช่นนี้จริงๆ กล่าวกันว่าเป็นเพราะสำนักห้ามมิให้เหล่าศิษย์ต่อสู้กันเองภายใน ดังนั้นจึงกำหนดให้การทดสอบประจำปีของสำนักเป็นวิธีการแก้ปัญหาความขัดแย้ง เมื่อถึงการทดสอบมันสามารถท้าทายเจ้า และเจ้าต้องรับคำท้าหากเจ้าไม่รับ เจ้าจะต้องเสียแต้มคุณูปการให้แก่อีกฝั่ายห้าสิบแต้ม”“แต่ข้าเป็นเกษตรกรปราณนะ! ข้า เป็น เกษตร กร ปราณ! ท่านจะให้ข้าแค่คว้ากระบี่บินสุ่มๆ มาสักเล่ม แล้วกระโจนออกไปสู้กับมันส่งๆ ไปหรือไร?” จั่วม่อขุ่นเคืองยิ่ง“เจ้าสามารถเชื้อเชิญบุคคลอื่นมาช่วยเหลือ” หลี่อิงฟั่งก็ชักจนปัญญา “นั่นไม่ถือว่าผิดกฎ ซิวเจ่อประเภทการผลิตเช่นเจ้า สามารถใช้เม็ดยาที่เจ้าหลอมกลั่นเองหรือพืชปราณที่เจ้าปลูกเพื่อจ้างให้ผู้คนรับศึกแทนเจ้า แต่จำกัดเพียงเหล่าศิษย์พี่ศิษย์น้องในสำนักเท่านั้น ไม่ใช่ผู้คนจากสำนักอื่น”“ศิษย์พี่ศิษย์น้องในสำนัก? ศิษย์พี่เหวยเสิ้งยังไม่ออกมา ข้าจะไปเชื้อเชิญผู้ใดได้เล่า!” จั่วม่อรู้สึกว่ามันใกล้จะเสียสติเข้าไปทุกที คนผู้เดียวในสำนักที่สามารถเอาชัยเหนือหลัวหลีย่อมเป็นศิษย์พี่เหวยเสิ้ง แต่ศิษย์พี่ยังอยู่ในถ้ำกระบี่และไม่น่าจะออกมาในเร็ววันนี้“ก็กฎเป็นเช่นนี้นี่” หลี่อิงฟั่งยังแนะนำต่อ “เจ้ายังสามารถซื้อหายุทธภัณฑ์เวทอันทรงพลัง”จั่วม่อรู้สึกเหมือนจะเป็นลม ซื้อหายุทธภัณฑ์เวท? มันยากจนข้นแค้นถึงเพียงนี้ จะมีก็แค่เพียงเศษเงิน ให้มันซื้อหา